
บทที่ 1
คำแนะนำและขั้นตอนการทำโครงงาน
โครงงานเป็นงานสร้างสรรค์ทางวิชาการที่เป็นผลงานจากการค้นคว้า ทดลองและวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่นักศึกษามีความสนใจ โดยมีการคัดเลือกข้อมูลที่มีคุณค่า ตามกระบวนการศึกษา และนำเสนอผลงานออกมาในรูปแบบของโครงงานหรืองานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งผลงานดังกล่าวถือว่าเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือเป็นข้อมูลสำหรับการวิจัยที่เกี่ยวข้องต่อไป
1.1 วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน
1.1.1 เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
1.1.2 เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความคิดและประสบการณ์มากขึ้น
1.1.3 เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ อย่างมีระบบและมีเหตุผล
1.1.4 เพื่อให้นักศึกษาสามารถบูรณาการความรู้ในการสร้างสรรค์ผลงาน
1.1.5 ให้นักศึกษาสามารถวางแผนในการทำงาน และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
1.2 คณะกรรมการในการจัดทำโครงงาน
การจัดทำโครงงานของนักศึกษาจะมีคณะกรรมการ ดังนี้
1.2.1 อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
1.2.1.1 อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 1 คน
1.2.1.2 อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) จำนวนไม่เกิน 3 คน
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานต้องเป็นอาจารย์ประจำของคณะที่นักศึกษาสังกัด อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม(ถ้ามี) อาจเป็นอาจารย์ประจำของคณะ หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ชำนาญการภายในหรือภายนอกมหาวิทยาลัย ในกรณีเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานเป็นผู้เสนอชื่อให้คณบดีแต่งตั้ง โดยผ่านความเห็นชอบจากหัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชา
1.2.2 คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
การสอบเพื่อขออนุมัติก่อนดำเนินการจัดทำ มีคณะกรรมการสอบ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ดังนี้
1.2.2.1 ประธานกรรมการ จำนวน 1 คน
1.2.2.2 อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน จำนวน 1 คน
1.2.2.3 กรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน
ทั้งนี้ ประธานกรรมการควรเป็นหัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชาหรือผู้ได้รับมอบหมายจากภาควิชา / สาขาวิชา
1.2.3 คณะกรรมการสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี) และการสอบปากเปล่าของโครงงาน
การสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี) และการสอบปากเปล่าก่อนสำเร็จการศึกษา มีคณะกรรมการสอบจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยเป็นชุดเดียวกับคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
1.2.4 อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน เป็นอาจารย์ประจำของภาควิชา / สาขาวิชา
1.3 ขั้นตอนการจัดทำโครงงาน
ในการจัดทำโครงงานมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
1.3.1 การรวบรวมข้อมูล นักศึกษาควรเริ่มรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาโดยเลือกหัวข้อในขอบข่ายโครงงานที่เกี่ยวข้องกับภาควิชา / สาขาวิชา ที่มีความสนใจหรือมีความถนัด
1.3.2 เมื่อได้ข้อมูลและแนวคิดเบื้องต้นแล้ว ให้นำข้อมูลที่ได้ปรึกษาอาจารย์ประจำคณะที่นักศึกษาสังกัด เพื่อตรวจสอบแนวคิดและความเป็นไปได้ในการจัดทำ จากนั้นให้นักศึกษายื่นแบบฟอร์มขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานและอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) ต่อคณบดีผ่านหัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชา
1.3.3 การลงทะเบียนเรียน
1.3.3.1 นักศึกษาที่จะลงทะเบียนเรียนรายวิชาโครงงาน ต้องเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หรือเป็นไปตามที่แผนการเรียนเสนอแนะ และมีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานแล้ว
1.3.3.2 กรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อ 1.3.3.1 ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าภาควิชา /สาขาวิชา
1.3.4 การสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน นักศึกษาต้องขอสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.3.4.1 นักศึกษาต้องเสนอหัวข้อและเค้าโครงของโครงงานให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ก่อนวันสอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์
1.3.4.2 นักศึกษาต้องส่งสำเนาฉบับแก้ไข ให้คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน และอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน ก่อนวันสอบอย่างน้อย 1 สัปดาห์
1.3.4.3 ในกรณีที่สอบผ่าน หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน ให้แก้ไขตามมติของคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน หากสอบไม่ผ่านให้กลับไปเริ่มขั้นตอนที่ 1.3.4.1 ใหม่
1.3.4.4 อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน จะเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสอบ
1.3.4.5 หัวข้อและเค้าโครงของโครงงานประกอบด้วย
1) ชื่อโครงงาน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
2) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
3) วัตถุประสงค์ของโครงงาน
4) ขอบเขตของโครงงาน
5) วิธีการหรือแนวทางในการศึกษา (อย่างย่อ)
6) แผนการดำเนินโครงงาน ตัวอย่างเช่น เป็นตาราง แผนภาพ (Diagram, Flow chart)
7) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
8) เอกสารอ้างอิง
1.3.5 กรณีที่คณะ กำหนดให้มีการสอบความก้าวหน้าของโครงงาน
1.3.5.1 การรายงานความก้าวหน้า นักศึกษาต้องสอบความก้าวหน้า ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง โดยทุกครั้งนักศึกษาต้องส่งรายงานความก้าวหน้าให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานเพื่อตรวจก่อนการนำเสนออย่างน้อย 2 สัปดาห์ และส่งสำเนาฉบับแก้ไขให้คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงานทุกท่านรวมทั้งอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน ก่อนวันสอบอย่างน้อย 1 สัปดาห์
1.3.5.2 อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน เป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสอบ ความก้าวหน้า
1.3.5.3 รายงานความก้าวหน้า ประกอบด้วย
1) ชื่อโครงงาน
2) วัตถุประสงค์ของโครงงาน
3) วิธีการหรือแนวทางในการศึกษา (อย่างย่อ)
4) แผนการดำเนินโครงงาน
5) งานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
6) ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น
7) งานที่จะดำเนินการต่อไป
1.3.6 การสอบโครงงาน ให้ดำเนินการเป็นไปตามคณะที่นักศึกษาสังกัด
1.3.7 การเขียนรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ให้เขียนตามคู่มือการเขียนโครงงานที่เรียบเรียงโดยคณะกรรมการดำเนินงานและประสานงานโครงงาน / วิทยานิพนธ์ ของมหาวิทยาลัยฯ
1.3.8 หลักเกณฑ์การประเมินผล
1.3.8.1 การประเมินผลจะพิจารณาจาก
1) การเข้าชั้นเรียนและพฤติกรรมในการทำโครงงาน
2) การสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
3) การสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี)
4) การสอบโครงงาน
5) รายงานความก้าวหน้า (ถ้ามี) / รายงานฉบับสมบูรณ์
1.3.9 การประเมินผลของคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน ให้เป็นไปตามประกาศของภาควิชา / สาขาวิชา
1.3.10 การแก้ไขและตรวจสอบรูปแบบการพิมพ์รายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ ในกรณีที่สอบผ่าน นักศึกษาต้องแก้ไขเนื้อหาตามมติของคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน โดยการควบคุมอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานและส่งตรวจรูปแบบการพิมพ์ที่ภาควิชา / สาขาวิชา ภายใน 10 วันทำการ นับจากวันที่สอบ
1.3.11 ให้นักศึกษาส่งรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ ที่ภาควิชา / สาขาวิชา โดยเข้าเล่มปกแข็ง และคณะกรรมการสอบลงนามเรียบร้อยแล้ว ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับเล่มคืน (จากข้อ 1.3.10) ตามจำนวนเล่มที่ภาควิชา / สาขาวิชา กำหนด พร้อมแผ่นซีดีรอมที่มีการแปลงข้อมูลโครงงานให้อยู่ในรูป .pdf file เพื่อนำส่งอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน (คณะนำส่งรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ และซีดีรอม จำนวน 1 ชุด ให้กับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ)
เริ่มต้น
เสนอหัวข้อ และ
โครงงาน
ไม่ผ่าน
รวบรวมข้อมูลที่สนใจ / ถนัด
นักศึกษา
อาจารย์ประจำคณะที่สังกัด
นักศึกษา
แต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
สอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
แบบฟอร์ม สวท. 1-23
ผ่าน
ไม่ผ่าน
ลงทะเบียนเรียน
แบบฟอร์ม สวท. 1-24
นักศึกษา
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
นักศึกษา
คณบดี
หัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชา
นักศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน
วิชาโครงงาน
นักศึกษา
สอบความก้าวหน้า (ถ้ามี)
ผ่าน
สอบโครงงาน
(แนวทาง วิธีการ คณะเป็นผู้กำหนด)
แบบฟอร์ม สวท. 1-24
แบบฟอร์ม สวท. 1-24
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน
นักศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน
นักศึกษา
ไม่ผ่าน
สิ้นสุด
ผ่าน
ส่งรายงาน /รายงานฉบับสมบูรณ์ (ปกแข็ง) + CD
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของ
โครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน
วิชาโครงงาน
นักศึกษา
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
บทที่ 2
ส่วนประกอบของโครงงาน
โครงงาน แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้2.1 ส่วนนำหรือส่วนประกอบตอนต้น (The front matter or preliminaries)2.1.1 ปกนอก (Cover)2.1.2 ใบรองปก หรือ กระดาษรองปก (Fly leaf)2.1.3 หน้าปกใน (Title page)2.1.4 หน้าอนุมัติ (Acceptance page)2.1.5 บทคัดย่อ (Abstract)2.1.6 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements)2.1.7 สารบัญ (Table of contents)2.1.8 สารบัญตาราง (List of tables)2.1.9 สารบัญภาพ (List of illustrations)2.2 ส่วนเนื้อเรื่อง (Text to body of contents)2.2.1 บทที่ 1 บทนำ2.2.2 บทที่ 2 ทฤษฎี แนวคิด และ/หรือผล และโครงงานที่เกี่ยวข้อง2.2.3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ หรือ วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล2.2.4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ หรือ ผลการทดลอง2.2.5 บทที่ 5 สรุปผลโครงงาน อภิปรายผลโครงงาน และข้อเสนอแนะ2.3 ส่วนอ้างอิงหรือส่วนประกอบตอนท้าย (References)2.3.1 บรรณานุกรม (Bibliography)2.3.2 ภาคผนวก (Appendix)2.3.3 ประวัติผู้เขียน / ผู้ทำโครงงาน
2.1 ส่วนนำหรือส่วนประกอบตอนต้น มีส่วนประกอบ ดังนี้2.1.1 ปกนอก 2.1.1.1 ปกนอกเป็นปกแข็ง สีน้ำเงินเข้ม พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ด้วยตัวอักษรพิมพ์เป็นสีทอง2.1.1.2 วางตรามหาวิทยาลัยอยู่กลางหน้ากระดาษ ห่างริมกระดาษบนประมาณ 1.5 นิ้ว ตรามหาวิทยาลัยมีขนาดความสูงประมาณ 2 นิ้ว2.1.1.3 ชื่อเรื่องเป็นชื่อหัวข้อที่ได้รับการอนุมัติให้ทำการศึกษาค้นคว้า ห่างจากตรามหาวิทยาลัยลงมาประมาณ 1 นิ้ว หากชื่อเรื่องยาวควรจัดให้เป็นรูปหน้าจั่วกลับ2.1.1.4 ชื่อ-นามสกุลผู้เขียนโครงงาน ให้ระบุคำนำหน้าชื่อ นาย นาง นางสาว ไว้หน้าชื่อผู้เขียนด้วย และถ้ามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม และสมณศักดิ์ ให้ระบุด้วย วางไว้ถัดมาจากชื่อเรื่อง แต่ไม่ต้องบอกคุณวุฒิใด ๆ หรือตำแหน่งหน้าที่การงานไว้ท้ายชื่อ เพราะรายละเอียดส่วนนี้จะไปปรากฎอยู่ในประวัติผู้เขียน กรณีที่มีผู้เขียนมากกว่า 1 คน ให้เรียงชื่อตามลำดับอักษร2.1.1.5 ชื่อปริญญา ชื่อมหาวิทยาลัย และปีการศึกษาที่สำเร็จ บรรทัดสุดท้ายของส่วนนี้ ให้เว้นระยะห่างจากริมกระดาษด้านล่างประมาณ 1.5 นิ้ว2.1.1.6 สันปกพิมพ์ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน และปีการศึกษาที่สำเร็จโครงงาน ตามลำดับในแนวนอนโดยให้ชื่อเรื่องห่างจากขอบสันปกลงมา 1 นิ้ว หากชื่อเรื่องยาวควรจัดให้เป็น 2 บรรทัดรูปหน้าจั่วกลับ2.1.2 ใบรองปก หรือ กระดาษรองปก ใบรองปกเป็นกระดาษสีขาวไม่มีข้อความใด ๆ ใส่รองปกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง2.1.3 หน้าปกใน หรือหน้าชื่อเรื่อง หน้าปกในส่วนนี้จะอยู่ต่อจากใบรองปก สำหรับหน้าปกในนี้จะมี 2 แผ่น คือ แผ่นที่หนึ่งจะพิมพ์เป็นภาษาไทย และแผ่นที่สอง จะพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ มีรายละเอียดและข้อความคล้ายกับหน้าปกนอก2.1.4 หน้าอนุมัติ หน้าอนุมัติเป็นแบบฟอร์มสำหรับให้คณะกรรมการสอบโครงงาน และคณบดีของแต่ละคณะลงนาม โดยมีรายละเอียด ดังนี้2.1.4.1 ชื่อผู้เขียนให้ใส่คำนำหน้าชื่อ (นาย นาง นางสาว ยศ)2.1.4.2 คณะกรรมการที่สอบโครงงาน ให้ใส่ตำแหน่งทางวิชาการตามที่ปรากฏในคำสั่งแต่งตั้งนำหน้าชื่อ2.1.4.3 ส่วนของการลงนามคณะกรรมการสอบโครงงาน ควรพิมพ์ข้อความ “คณะกรรมการสอบโครงงาน” ห่างจากส่วนที่พิมพ์ชื่อคณบดีโดยเว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์2.1.4.4 ส่วนของการลงนามให้พิมพ์เส้นใต้ด้วยจุดไข่ปลา (...)2.1.4.5 ใช้เส้นทึบคั่นระหว่างชื่อคณะกรรมการสอบโครงงาน กับข้อความอนุมัติ2.1.5 บทคัดย่อ บทคัดย่อเป็นบทสรุปเนื้อหาและแนวคิดของผลงาน ที่กระชับ ชัดเจน ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านทราบถึงภาพรวมของงานได้อย่างรวดเร็ว ให้เขียนเชิงพรรณนาความ ควรใช้ภาษาที่กระชับรัดกุมและตรงประเด็น โดยระบุถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธีการดำเนินการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ จำนวนและลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง รวมทั้งข้อสรุปผลการศึกษาและอาจรวมข้อเสนอแนะที่สำคัญ ๆ ควรมีความยาวไม่เกิน 1-2 หน้ากระดาษพิมพ์และไม่ควรมีรูปภาพ หรือตารางประกอบขอให้พึงระลึกเสมอว่า การเขียนบทคัดย่อควรเขียนหลังจากโครงงานสำเร็จตามขอบเขตของงาน หรือวัตถุประสงค์แล้ว บทคัดย่อส่วนแรกเป็นภาษาไทย ลำดับถัดมาเป็นภาษาอังกฤษ ในกรณีของบทคัดย่อภาษาอังกฤษ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับบทคัดย่อภาษาไทย โดยควรให้ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาตรวจสอบความถูกต้องของภาษาด้วย รายละเอียดในการพิมพ์บทคัดย่อมีดังนี้1.1.6.1 หน้าบทคัดย่อภาษาไทย1) คำว่า “บทคัดย่อ” ให้ใช้แบบและขนาดตัวอักษรเช่นเดียวกับเนื้อหา โดยใช้อักษรตัวหนา และพิมพ์ห่างจากริมกระดาษด้าน บน 1.5 นิ้ว2) เว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์ จากคำว่า “บทคัดย่อ” ก่อนพิมพ์หัวเรื่องของ บทคัดย่อ ซึ่งประกอบด้วยชื่อเรื่องเค้าโครง ชื่อผู้เขียน ชื่อปริญญา สาขาวิชา ปีการศึกษา และคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงงาน3) ชื่อผู้เขียน ให้ใส่คำนำหน้าชื่อ (นาย นาง นางสาว)4) เว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์จากหัวเรื่อง ก่อนพิมพ์เนื้อความของบทคัดย่อ2.1.5.2 หน้าบทคัดย่อภาษาอังกฤษ (เฉพาะมหาบัณฑิตขึ้นไป)1) คำว่า “ABSTRACT” ให้ใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ขนาดเดียวกับในเนื้อหาโดยใช้อักษรตัวหนา และพิมพ์ห่างจากริมกระดาษด้านบน 1.5 นิ้ว2) เว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์ จากคำว่า “ABSTRACT” ก่อนพิมพ์ชื่อเรื่องซึ่งประกอบด้วย Project Title, Student’s Name, Degree Sought, Major, Academic Year และ Advisory Committee3) ชื่อเรื่องให้ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็ก และใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ขึ้นต้นเฉพาะคำสำคัญ ยกเว้น คำนำหน้านาม (Article), บุพบท (Preposition) และ สันธาน (Conjunction)4) ชื่อผู้เขียน (Student’s Name) ให้ใส่คำนำหน้าชื่อ (Mr., Mrs., Miss, ยศ หรือฐานันดรศักดิ์)2.1.6 กิตติกรรมประกาศ กิตติกรรมประกาศเป็นข้อความที่ผู้เขียนแสดงความขอบคุณบุคคล สถาบัน องค์กรที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาและร่วมมือในการค้นคว้าเพื่อทำโครงงาน ในการกล่าวขอบคุณถึงบุคคลควรใช้ชื่อและนามสกุลจริง คำนำหน้าของบุคคลทั่วไปให้ใช้คำว่า นาย นาง นางสาว หรือคุณก็ได้ แต่หากมีตำแหน่ง ยศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม และสมณศักดิ์ ต่างๆ ให้ใช้คำเต็มและระบุหน่วยงานต้นสังกัด ควรมีความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษพิมพ์2.1.6.1 พิมพ์คำ “กิตติกรรมประกาศ” ใช้อักษรตัวหนาตรงกลางหน้ากระดาษ ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว (สำหรับโครงงานที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ให้พิมพ์คำว่า ACKNOWLEDGEMENTS โดยใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวหนา) แล้วเว้น 1 บรรทัดพิมพ์2.1.6.2 พิมพ์ข้อความของกิตติกรรมประกาศจนแล้วเสร็จ ให้เว้น 1 บรรทัดพิมพ์2.1.6.3 ให้ใส่ชื่อและนามสกุลของผู้เขียนโครงงาน เป็นบรรทัดสุดท้ายห่างจากแนวกึ่งกลางหน้ากระดาษประมาณ 1 นิ้ว2.1.7 สารบัญ สารบัญหน้าที่แสดงส่วนประกอบที่สำคัญทั้งหมด เรียงตามลำดับเนื้อหาตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย การพิมพ์หน้าสารบัญให้พิมพ์คำว่า “สารบัญ” ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษห่างจากขอบกระดาษบนประมาณ 1.5 นิ้ว หน้าสารบัญควรจัดพิมพ์เมื่อจัดพิมพ์เนื้อหาของรายงาน หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ของรายงานเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะได้ทราบว่าแต่ละหัวข้อเริ่มจากหน้าใดบ้าง2.1.8 สารบัญตาราง (ถ้ามี)สารบัญตารางเป็นส่วนที่แจ้งตำแหน่งและชื่อของตารางทั้งหมดในส่วนเนื้อความ เรียงลำดับตามที่ปรากฏในโครงงาน2.1.9 สารบัญภาพ (ถ้ามี)สารบัญภาพอยู่ต่อจากหน้าสารบัญตาราง เป็นส่วนที่แสดงชื่อภาพทั้งหมด ตามลำดับ ภาพในที่นี้ หมายถึง ภาพลายเส้น ภาพเขียน ภาพถ่าย แผนภาพ (Diagram) กราฟ แผนภูมิ และอื่นๆ2.2 ส่วนเนื้อเรื่อง ส่วนเนื้อเรื่อง แบ่งออกเป็น 5 ตอน ดังนี้2.2.1 บทที่ 1 บทนำ ควรประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้2.2.1.1 ความเป็นมาของโครงงาน เป็นการกล่าวถึงสภาพทั่วไปเพื่อแนะนำให้ผู้อ่านมีความรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของปัญหาที่จะศึกษา2.2.1.2 ความสำคัญของปัญหาโครงงาน เป็นส่วนชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญของปัญหาที่จะศึกษา2.2.1.3 วัตถุประสงค์ของโครงงาน เป็นส่วนชี้ให้เห็นสิ่งที่ต้องการศึกษาและหาคำตอบ โดยสอดคล้องกับประเด็นสำคัญของปัญหา โดยระบุรายละเอียดเป็นข้อ ๆ2.2.1.4 ขอบเขตของโครงงาน เป็นการกำหนดกรอบของปัญหาที่จะทำให้การวิจัยให้ชัดเจนว่าจะศึกษาครอบคลุมประชากรกลุ่มใดหรือไม่ครอบคลุมประชากรกลุ่มใด สถานที่ใดและเวลาใดบ้าง2.2.1.5 วิธีการ เพื่อตอบปัญหาที่ตั้งไว้ในวัตถุประสงค์2.2.1.6 แผนการดำเนินโครงงาน (ตาราง) เป็นส่วนที่ผู้ทำโครงงานบอกระยะเวลาในการทำโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินการจนเสร็จสิ้นโครงงาน2.2.1.7 นิยามศัพท์ (ถ้ามี) เป็นการกำหนดความหมายของคำบางคำเพื่อใช้ในเรื่องที่จะศึกษาโดยเฉพาะ2.2.1.8 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา จะเป็นประโยชน์แก่บุคคล องค์กร สถาบันใด2.2.2 บทที่ 2 ทฤษฎี แนวคิด และ/หรือผลการศึกษา ที่เกี่ยวข้องบทที่ 2 เป็นการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยบรรยายข้อมูลความรู้เดิม ผลของโครงงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวความคิดและทฤษฎีต่างๆ ซึ่งได้ข้อมูลการตรวจสอบจากหนังสือ ตำรา เอกสารและแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ตลอดจนสมมติฐานที่ผู้จัดทำโครงงานได้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำโครงงาน2.2.3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ หรือ วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลบทที่ 3 เป็นส่วนที่บรรยายวิธีดำเนินการเกี่ยวกับโครงงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ2.2.3.1 การรวบรวมข้อมูล เป็นส่วนบอกให้ทราบวิธีการที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานแต่ละประเภท ซึ่งอาจมีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างกัน และชี้ให้เห็นว่าแต่ละขั้นตอนของโครงงาน ใช้ข้อมูล เอกสาร หรือเครื่องมือประเภทใด และวิธีการที่ได้มาซึ่งข้อมูล เอกสารหรือเครื่องมือนั้น ๆ ได้มาอย่างไร เช่น ผู้จัดทำโครงงานสร้างแบบสอบถามขึ้นเอง เพื่อเก็บข้อมูลปฐมภูมิ ส่วนข้อมูลทุติยภูมินั้นรวบรวมจากเอกสารของที่ได้มาจากแหล่งต่าง ๆ เป็นต้น2.2.3.2 การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นส่วนที่ระบุให้ทราบวิธีการในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น วิธีการแจงนับ การแจกแจงข้อมูล วิธีการทางสถิติ (ถ้ามี) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานแต่ละประเภท หรือข้อปฏิบัติของแต่ละภาควิชา / สาขาที่เกี่ยวข้อง2.2.4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ หรือ ผลการทดลองบทที่ 4 เป็นส่วนที่แสดงผลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อค้นพบในการทำโครงงาน การทดสอบสมมติฐาน และการอภิปรายผลของโครงงาน การรายงานผลโครงงานและการอภิปรายนั้น ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกับวัตถุประสงค์ และสมมติฐานของโครงงาน เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงผลของโครงงานว่าได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง สอดคล้องกับสมมติฐานที่วางไว้หรือไม่ รวมทั้งสามารถตอบปัญหาหรือคำถามที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งผลของการศึกษาอาจนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง รูปภาพ กราฟ เป็นต้น2.2.5 บทที่ 5 สรุปผลโครงงาน อภิปรายผลโครงงาน และข้อเสนอแนะบทที่ 5 เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหาในโครงงานทั้งหมดที่กล่าวมา อาจมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ เช่นการเสนอแนะเกี่ยวกับงานที่จะทำในขั้นต่อไป ประโยชน์ในการนำผลโครงงานไปประยุกต์ใช้หรือนำไปพัฒนาแนวคิดหรือทฤษฎีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นหมายเหตุ อย่างไรก็ตามการแบ่งจำนวนบท ไม่จำเป็นต้องเป็น 5 บทเสมอไป อาจแบ่งเป็น 3 บท 4 บท หรือ 5 บทก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทโครงงาน ที่ต้องการนำเสนอโดยผ่านความเห็นชอบและการให้คำปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา 2.3 ส่วนอ้างอิงหรือส่วนประกอบตอนท้าย ในโครงงานจะต้องมีการอ้างอิงเอกสารต่าง ๆ ที่นักศึกษาไปศึกษาค้นคว้ามาและใช้ประกอบในการทำโครงงาน ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงหลักฐานที่มาของข้อมูลนั้นเพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบหรือค้นคว้าเพิ่มเติมได้ และเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบมาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่วนนี้จะประกอบด้วย2.3.1 บรรณานุกรม บรรณานุกรม หมายถึง รายชื่อของแหล่งความรู้ที่นำมาใช้และจัดทำขึ้น โดยเรียงลำดับอักษรของ ผู้แต่ง มีทั้งประเภทสิ่งตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์ เช่น รายชื่อหนังสือ บทความในวารสาร บทความในหนังสืออ้างอิง สิ่งตีพิมพ์อื่นๆ โสตทัศนวัสดุ รวมทั้งที่ได้จากการฟัง การบรรยาย และการสัมภาษณ์ เป็นต้น รูปแบบในการเขียนบรรณานุกรมจะกล่าวถึงในบทที่ 52.3.2 ภาคผนวก ภาคผนวกเป็นข้อมูลที่มิใช่เนื้อหาที่แท้จริงแต่เป็นส่วนที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมให้เข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น เช่น แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ์ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตารางบันทึกข้อมูล และสูตรคำนวณต่าง ๆ (สูตรคำนวณให้ใช้โปรแกรม Microsoft Equation) เป็นต้น ภาคผนวกจะเรียงถัดจากเอกสารอ้างอิง โดยมีข้อความว่า “ภาคผนวก” หรือ “APPENDIX” อยู่กลางหน้ากระดาษ กรณีที่มีหลายภาคผนวก ให้พิมพ์เรียงลำดับเป็น ภาคผนวก ก , ภาคผนวก ข… หรือ APPENDIX A , APPENDIX B… ต่อเนื่องกันไปจนครบ สำหรับเนื้อหาของแต่ละภาคผนวกให้ขึ้นหน้าใหม่และพิมพ์เลขหน้าทุกหน้าโดยพิมพ์เลขหน้าต่อเนื่องจากเนื้อหาของโครงงาน2.3.3 ประวัติผู้เขียน / ผู้ทำโครงงานประวัติผู้เขียน/ผู้ทำโครงงานอยู่ลำดับสุดท้ายของโครงงานเป็นการเสนอประวัติย่อ ๆ เกี่ยวกับผู้เขียนโครงงาน ให้เขียนเป็นความเรียงความยาวไม่เกิน 1 หน้า โดยพิมพ์คำว่า “ประวัติผู้เขียน” ตรงกลางหน้ากระดาษส่วนบน ประกอบด้วยข้อความต่าง ๆ ดังนี้2.3.3.1 ชื่อ-นามสกุล โดยมีคำนำหน้าชื่อได้แก่ นาย นางสาว นาง ถ้ามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิ์ ก็ให้ใส่ไว้ด้วย2.3.3.2 วัน เดือน ปีและสถานที่เกิด2.3.3.3 ประวัติการศึกษา (เริ่มตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจนถึงก่อนการศึกษาปัจจุบัน สถานศึกษาและปี พ.ศ. ที่สำเร็จการศึกษา)2.3.3.4 ตำแหน่งหน้าที่การงานปัจจุบัน2.3.3.5 สถานที่ทำงานปัจจุบัน2.3.3.6 ทุนการศึกษาที่ได้รับ (ถ้ามี)
บทที่ 3
รูปแบบการพิมพ์
การพิมพ์โครงงาน นักศึกษาควรศึกษารูปแบบและข้อกำหนดในการพิมพ์ในคู่มือการทำจัดทำโครงงาน ก่อนลงมือพิมพ์ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามผู้ที่มีหน้าที่ตรวจรูปแบบการพิมพ์เพื่อความถูกต้องในรูปแบบการพิมพ์
3.1 รูปแบบและข้อกำหนดในการพิมพ์ มีดังนี้
3.1.1 กระดาษที่ใช้พิมพ์ ใช้กระดาษสีขาว ขนาดมาตรฐาน A4 น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 80 แกรม และให้พิมพ์เพียงหน้าเดียวตลอดเล่ม
3.1.2 ตัวพิมพ์ ใช้ตัวอักษรที่เป็นสีดำตลอดทั้งเล่ม อ่านได้ชัดเจน ไม่ใช้ตัวเอน และตัวลวดลาย มีขนาดและแบบเดียวกัน ตลอดเล่ม ให้ใช้เครื่องพิมพ์ชนิดเลเซอร์ โดยใช้ Font ที่เป็นมาตรฐานได้ 2 แบบคือ Angsana, Cordia ขนาด16 พอยต์ (points) นอกจากกรณีตัวพิมพ์ในตารางหรือภาพประกอบที่อาจจำเป็นต้องใช้ตัวพิมพ์ที่เล็กลง หรือย่อส่วนเพื่อให้อยู่ในกรอบของการวางรูปกระดาษตามระเบียบ และสัญลักษณ์หรือตัวพิมพ์พิเศษซึ่งเครื่องพิมพ์ดีดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถพิมพ์ได้ ให้เขียนด้วยหมึกดำอย่างประณีต
3.1.3 ระยะห่างของขอบกระดาษสำหรับข้อความ ตาราง รูปภาพ ต้องเว้นขอบกระดาษ ดังนี้
3.1.3.1 ห่างจากขอบกระดาษด้านบนระยะห่าง 1.5 นิ้ว (โดยวัดจากขอบบนสุดถึงฐานตัวอักษรบรรทัดแรก)
3.1.3.2 ห่างจากขอบกระดาษด้านซ้ายมือ ระยะห่าง 1.5 นิ้ว
3.1.3.3 ห่างจากขอบกระดาษด้านขวามือ ระยะห่าง 1 นิ้ว
3.1.3.4 ห่างจากขอบกระดาษด้านล่าง ระยะห่าง 1 นิ้ว
3.1.4 ตัวเลขในเนื้อเรื่องใช้แบบเดียวกันทั้งฉบับ เช่น เป็นตัวเลขอารบิคตลอดทั้งเล่ม หากจำเป็นต้องใช้ตัวเลขไทยก็ต้องเลือกให้เหมาะสม เช่น ใช้ตัวเลขอารบิคกับเนื้อหาการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ และใช้ตัวเลขไทยกับส่วนที่เป็นภาษาไทย แต่ต้องระวังอย่าใช้ตัวเลขไทยกับข้อความภาษาอังกฤษ
3.1.5 การกำกับเลขหน้า มีรายละเอียดดังนี้
3.1.5.1 เว้นจากขอบกระดาษบนถึงฐานตัวเลข 1 นิ้ว
3.1.5.2 เว้นจากขอบกระดาษด้านขวาถึงตัวอักษร (หลักสุดท้าย) 1 นิ้ว
3.1.5.3 ตำแหน่งของเลขหน้าอยู่ตรงกันทุกหน้า หน้าและหลังตัวเลขกำกับหน้าไม่ต้องใส่เครื่องหมายใด ๆ
3.1.5.4 การกำกับเลขหน้า ในส่วนแรกให้ใช้พยัญชนะในภาษาไทยเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ ก, ข, ค… ไปตามลำดับ โดยเริ่มนับจากหน้าปกใน เป็นหน้า ก แต่จะไม่พิมพ์ลำดับหน้าในหน้าปกใน ให้เริ่มพิมพ์ลำดับหน้าจากหน้าบทคัดย่อ (เริ่มต้นที่อักษร ง) เป็นต้นไป
3.1.5.5 การกำกับเลขหน้าในส่วนเนื้อหาจนถึงหน้าสุดท้าย ให้ใช้ตัวเลขอารบิค 1, 2, 3… ตามลำดับ ห้ามมีหน้าแทรก เช่น หน้า 2 ก หน้า 2 ข เป็นต้น
3.1.5.6 สำหรับหมายเลขหน้า ให้วางไว้มุมบนขวาของหน้ากระดาษเท่านั้น ห่างจากขอบกระดาษด้านบน ประมาณ 1 นิ้ว ทุก ๆ หน้า จะต้องมีหมายเลขหน้ากำกับ
3.1.5.7 สำหรับหน้าแรกที่มีชื่อบท หน้าแรกของบรรณานุกรม และหน้าแรกของส่วนภาคผนวก ไม่ต้องใส่ตัวเลขกำกับหน้า แต่ให้นับรวมจำนวนหน้าไปด้วย
3.1.6 การเว้นระยะระหว่างบรรทัด
การเว้นระยะระหว่างบรรทัดให้เป็นแบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม บรรทัดระหว่างหัวข้อสำคัญให้เว้น 1 บรรทัด
3.1.7 การย่อหน้า
ให้เว้นระยะจากด้านซ้ายมือ 1 แท็ป (Tab)
3.1.8 การพิมพ์สมการ สูตร สัญลักษณ์ กำหนดให้ใช้ Equation ของ Microsoft Word
3.1.9 การขึ้นหน้าใหม่
3.1.9.1 ถ้าพิมพ์มาถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ ให้เว้นขอบกระดาษล่างประมาณ 1 นิ้ว
3.1.9.2 หากมีเนื้อที่เหลือให้พิมพ์ได้อีกเพียงบรรทัดเดียวในหน้านั้นแล้วจะขึ้นย่อหน้าใหม่ให้ยกย่อหน้านั้นไปตั้งต้นพิมพ์ในหน้าถัดไป
3.1.9.3 หากมีข้อความเหลืออีกเพียงบรรทัดเดียวก็จะจบย่อหน้าเดิม ให้พิมพ์ต่อไปในหน้าเดิมจนจบแล้วจึงขึ้นย่อหน้าใหม่ในหน้าถัดไป
3.1.10 การพิมพ์บทที่ การแบ่งบทและบทที่ มีรายละเอียดดังนี้
3.1.10.1 ให้แบ่งจำนวนบทของโครงงานออกเป็น 5 บท
3.1.10.2 เมื่อเริ่มบทใหม่ต้องขึ้นหน้าใหม่เสมอ
3.1.10.3 พิมพ์คำว่า “บทที่” หรือ “CHAPTER” แล้วตามด้วยตัวเลข โดยไว้กลางหน้ากระดาษตอนบนสุด ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว
3.1.10.4 ชื่อบทให้พิมพ์ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษเช่นกัน โดยให้พิมพ์บรรทัดถัดลงมาต้องเว้นบรรทัด 1 บรรทัด ในกรณีที่ชื่อบทที่ยาวเกิน 1 บรรทัด ให้แบ่งเป็น 2-3 บรรทัด ตามความเหมาะสม โดยพิมพ์เรียงลงมาเป็นลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัว
3.1.10.5 การพิมพ์บทที่และชื่อบทให้ใช้ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตัวหนา (Bold)
3.1.10.6 คำว่า “บทที่” และชื่อบทไม่ต้องขีดเส้นใต้
3.1.10.7 ทุกบทต้องมีเลขประจำบท โดยใช้เลขอารบิคสำหรับตัวเลขประจำบทในโครงงานภาษาไทย และใช้เลขโรมันใหญ่ในโครงงาน ภาษาอังกฤษ เช่น บทที่ 1 หรือ CHAPTER I
3.1.11 หัวข้อสำคัญ หัวข้อสำคัญในแต่ละบท หมายถึง หัวข้อหลักซึ่งไม่ใช่เป็นชื่อเรื่องประจำบท มีรายละเอียดดังนี้
3.1.11.1 หัวข้อสำคัญในแต่ละบทให้พิมพ์ชิดด้านซ้ายมือ
3.1.11.2 ในการพิมพ์หัวข้อสำคัญให้ใช้ขนาดตัวอักษร 16 พอยต์ ตัวหนา และไม่ต้องขีดเส้นใต้
3.1.11.3 โครงงานภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของคำแรกและของทุก ๆ คำในหัวข้อสำคัญ ๆ เหล่านี้ต้องพิมพ์ด้วยตัวอักษรตัวใหญ่เสมอ แต่บุพบท, สันธาน และคำนำหน้านาม ไม่ต้องพิมพ์ด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ เว้นแต่บุพบท สันธานและคำนำหน้านามดังกล่าวจะเป็นคำแรกของหัวข้อนั้น
3.1.11.4 การขึ้นหัวข้อใหม่ หากมีที่ว่างไม่ถึง 2 บรรทัด ให้ยกหัวข้อใหม่ไปยังหน้าถัดไป
3.1.12 หัวข้อย่อย หมายถึง หัวข้อต่อจากหัวข้อสำคัญ เช่น 1.1 ให้พิมพ์หัวข้อย่อยชิดด้านซ้ายมือ การพิมพ์หัวข้อย่อย ให้ใช้รูปแบบตัวเลขเพียงอย่างเดียว ถ้ามีการแบ่งหัวข้อย่อยออกเป็นมากกว่า 3 ระดับ ให้ใช้ตัวเลขอยู่ภายใต้เครื่องหมายวงเล็บ
ตัวอย่างการลำดับหัวข้อ
เว้นบรรทัดบทที่ 1
ย่อหน้า 1 แท็ปบทนำ
เว้นบรรทัด
ข้อความ ………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………..................
เว้นบรรทัด
1.1 หัวข้อสำคัญ
ข้อความ ………………………………………………….……….………………………………...
…………………………………………………..…………………………………………………................
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.1 หัวข้อย่อยระดับย่อหน้า…………………..………………………………………………….
………………………………………………………........…………………………………………..............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.2 หัวข้อย่อยระดับย่อหน้า………………….…………………….…………………………….
……………………………………………………..….…………………….………………………..............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.2.1 หัวข้อย่อยระดับ2…………..…….………………….……………………………….
………………………………………………………..…………….…….………………………….............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.2.2 หัวข้อย่อยระดับ2…………………..…………….….………………………………
………………………………………………………..……………….….…………………………............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1) หัวข้อย่อยระดับ 3……………………………….………..…………………........
2) หัวข้อย่อยระดับ 3………………………………………..…………………........
3.1.13 การพิมพ์ตาราง มีรายละเอียดดังนี้
3.1.13.1 ตารางประกอบด้วยลำดับที่ของตาราง ชื่อตาราง ส่วนข้อความและที่มาของตาราง (ถ้ามี)
3.1.13.2 ให้พิมพ์อยู่หน้าเดียวกันทั้งหมด ซึ่งตารางอาจมีทั้งแบบแนวตั้งและแบบแนวนอนก็ได้
3.1.13.3 ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวหนา คำว่า “ตารางที่” “Table” และ “เลขที่ตาราง” ส่วนชื่อตารางให้ใช้ตัวอักษรปกติ
3.1.13.4 พิมพ์คำว่า “ตารางที่” “Table” อยู่ด้านบนของตาราง ให้ชิดกระดาษด้านซ้ายมือ และอยู่ห่างจากเส้นบนของตาราง 1 บรรทัด
3.1.13.5 การจัดวางตำแหน่งของตาราง ให้ตารางอยู่กึ่งกลางของกระดาษ
3.1.13.6 การพิมพ์หัวตาราง ให้ใช้เส้นตีตารางชิดกับชื่อตาราง โดยขีดเส้นด้านบนและด้านล่างของหัวข้อในตาราง ไม่ต้องขีดเส้นปิดหน้าและปิดท้ายตาราง
3.1.13.7 การใช้เลขกำกับตาราง ให้ใช้เลขอารบิค เรียงลำดับต่อเนื่องกันโดยเรียงไปตามบท เช่น
ในบทที่ 1 ให้จัดเรียงตารางที่ 1.1 และตารางที่ 1.2
ในบทที่ 2 ให้จัดเรียงตารางที่ 2.1 และตารางที่ 2.2
3.1.13.8 ในตารางไม่ควรมีเส้นแบ่งสดมภ์ (Column) ยกเว้นกรณีจำเป็น
3.1.13.9 ตารางที่มีความยาว จนไม่สามารถบรรจุลงในหน้ากระดาษเดียวได้ ให้ตารางในหน้านั้นไม่ต้องขีดเส้นปิดตาราง และให้พิมพ์ส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป โดยพิมพ์คำว่า ตารางที่ (พร้อมเลขลำดับที่ของตาราง) แล้วตามด้วยคำว่า (ต่อ) หรือ (Continued) กรณีนี้ จะต้องพิมพ์หัวตารางใหม่ และต้องมีข้อความในตารางอย่างน้อย 2 บรรทัด โดยยอมปล่อยให้มีที่ว่างในตารางหน้าเดิม
3.1.13.10 กรณีที่ส่วนข้อความของตารางนั้นสิ้นสุดลง และจำเป็นจะต้องอ้างถึงที่มาของตารางในหน้าถัดไป จะต้องยกข้อความบางส่วนของตารางไปรวมไว้ในหน้าใหม่อย่างน้อย 2 บรรทัด โดยยอมปล่อยให้มีที่ว่างในตารางหน้าเดิม
3.1.13.11 ให้พิมพ์ชื่อตารางต่อจากเลขลำดับที่ของตารางโดยเว้นระยะห่าง 2 ช่วงตัวอักษร กรณีชื่อตารางยาวเกินกว่า 1 บรรทัด ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของบรรทัดถัดไปตรงกับตัวอักษรตัวแรกของชื่อตาราง
3.1.13.12 ตารางที่มีความยาว หรือความกว้างจนไม่สามารถบรรจุในหน้ากระดาษเดียวได้ ให้พิมพ์ตามขวางของหน้ากระดาษ โดยหันหัวตารางเข้าสันปก หรืออาจย่อส่วนให้เล็กลงได้ตามความจำเป็น แต่ไม่ควรเล็กเกินไปจนไม่สามารถอ่านได้ หากไม่สามารถทำได้ให้แบ่งตารางออกเป็นส่วน ๆ และพิมพ์ส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป โดยจะต้องพิมพ์เลขลำดับที่ตารางและตามด้วยคำว่า “ต่อ” ในวงเล็บ
3.1.13.13 ภาษาที่ใช้เขียนในตาราง ให้ใช้ภาษาเดียวกับภาษาที่ใช้เขียนโครงงาน
3.1.13.14 ตารางที่อ้างมาจากแหล่งข้อมูลอื่น ให้แจ้งที่มาไว้ท้ายตารางโดยเขียนบรรณานุกรมแหล่งที่มาไว้ด้วยในตอนท้ายตาราง
3.1.13.15 การพิมพ์หน่วยวัดของตัวเลขในตาราง ในกรณีที่ตัวเลขในคอลัมน์ ๆ มีหน่วยวัดเดียวกันให้พิมพ์หน่วยของตัวเลขไว้ในวงเล็บ ตรงมุมบนด้านขวามือเหนือหัวตาราง หรือกรณีที่ตัวเลขในคอลัมน์ต่าง ๆ มีหน่วยวัดต่างกัน ให้พิมพ์หน่วยวัดของตัวเลขไว้ในวงเล็บภายใต้ชื่อคอลัมน์นั้น
3.1.13.16 สำหรับข้อมูลปฐมภูมิไม่ต้องระบุแหล่งที่มา ส่วนข้อมูลทุติยภูมิต้องระบุแหล่งที่มา โดยใส่คำว่า “ที่มา” ไว้ใต้ตาราง ตามด้วยเครื่องหมายทวิภาค (:) แล้วเว้นระยะห่าง 1 ตัวอักษร จึงบอกแหล่งที่มาของข้อมูล
3.1.14 การพิมพ์ภาพประกอบ มีรายละเอียดดังนี้
3.1.14.1 ภาพประกอบ หมายถึง แผนภูมิ แผนที่ กราฟ ภาพถ่าย ภาพวาด เว็บไซต์ เป็นต้น
3.1.14.2 การให้ลำดับที่ของภาพ ใช้รูปแบบเดียวกับการให้ลำดับที่ของตาราง
3.1.14.3 ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวหนา คำว่า “ภาพที่” “Figure” และ “เลขลำดับภาพ” ส่วนชื่อภาพหรือคำอธิบายภาพให้ใช้ตัวอักษรปกติ
3.1.14.4 ให้พิมพ์คำว่า ภาพที่ และเลขลำดับที่ของภาพไว้ด้านล่างของภาพ ชิดริมกรอบกระดาษซ้ายมือของภาพ และพิมพ์คำบรรยายภาพต่อจากเลขลำดับที่ของภาพ โดยเว้นระยะห่าง 2 ช่วงตัวอักษร กรณีคำบรรยายภาพยาวเกินกว่า 1 บรรทัด ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของบรรทัดถัดไปตรงกับตัวอักษรตัวแรกของคำบรรยายภาพ
3.1.14.5 ให้จัดวางตำแหน่งของภาพประกอบ ให้จัดวางกึ่งกลางหน้ากระดาษตามความเหมาะสมสวยงามของหน้ากระดาษ กรณีที่ไม่สามารถบรรจุภาพในหน้าเดียวได้ ให้ย่อส่วนลงตามความจำเป็น หรือให้บรรจุส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป โดยพิมพ์คำว่า ภาพที่และเลขลำดับที่ของภาพ แล้วตามด้วยคำว่า (ต่อ) หรือ (Continued)
3.1.14.6 กรณีที่เป็นภาพถ่ายของผลสำเร็จจากการดำเนินงานในโครงการ/โครงงาน ให้ใช้ภาพที่เป็นต้นฉบับเท่านั้น หรือในกรณีภาพประกอบที่เป็นภาพสี จะต้องทำเป็นภาพอัดสำเนาสีลงบนกระดาษปอนด์ขาวอย่างชัดเจน
3.1.14.7 ที่มาของภาพประกอบ ใช้รูปแบบเดียวกับที่มาของตาราง
3.1.14.8 คำอธิบายภาพประกอบ ให้ใช้ภาษาเดียวกับภาษาที่ใช้เขียนโครงงาน
3.1.15 การพิมพ์บรรณานุกรม มีรายละเอียดดังนี้
3.1.15.1 การพิมพ์คำว่าบรรณานุกรม ให้ใช้ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตัวหนา
3.1.15.2 การพิมพ์บรรณานุกรม ให้อยู่ต่อจากส่วนเนื้อหาและอยู่ก่อนภาคผนวก ให้พิมพ์คำว่า “บรรณานุกรม” หรือ “BIBLIOGRAPHY” ไว้กลางหน้ากระดาษตอนบนสุด ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว และให้เว้นห่างจากชื่อบรรณานุกรม 1 บรรทัด จึงเริ่มพิมพ์รายชื่อของเอกสารที่ใช้ประกอบในบรรทัดแรก
3.1.15.3 การเรียงลำดับรายการบรรณานุกรม ให้เรียงลำดับข้อความแรกในแต่ละบรรทัดตามพจนานุกรม คือ เรียงตามอักษร ก – ฮ และ A – Z และเรียงบรรณานุกรมที่เป็นภาษาไทย ก่อนบรรณานุกรมภาษาอังกฤษ
3.1.15.4 ไม่ใส่เลขลำดับที่ 1, 2, 3… กำกับหน้ารายการบรรณานุกรม
3.1.15.5 หนังสือที่ใช้ในการอ้างอิง ถ้ามีการจัดพิมพ์หลายๆ ครั้งควรเลือกเล่มที่จัดพิมพ์ครั้งใหม่ที่สุด
3.1.15.6 ในการพิมพ์บรรณานุกรมภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของแต่ละคำของชื่อเรื่อง (Title) ต้องขึ้นต้นตัวใหญ่เสมอ ยกเว้นบุพบทและสันธานเช่นคำว่า in, on, for และ and เป็นต้น
3.1.15.7 เริ่มต้นพิมพ์อักษรตัวแรกของผู้แต่ง ถ้าไม่จบรายการใน 1 บรรทัด เมื่อขึ้นบรรทัดที่ 2 ให้ย่อหน้าเข้ามา 6 ช่วงตัวอักษร และเริ่มพิมพ์ตัวอักษรที่ 7 ถ้าไม่จบใน 2 บรรทัด ขึ้นบรรทัดที่ 3 ให้ตรงกับบรรทัดที่ 2 จนจบรายการ เมื่อขึ้นรายการใหม่จึงชิดขอบหน้าเท่ารายการเดิม
3.1.16 การพิมพ์ภาษาต่างประเทศ
สําหรับคําในภาษาตjางประเทศใหhพิมพ์ทับศัพท์เป็นภาษาไทยโดยวงเล็บภาษาต่าง ประเทศในคําแรกตามความจําเป็น เช่น เทคนิค(Technique) และการพิมพ์ภาษาต่างประเทศไม่นิยมใส่รูปวรรณยุกต์ เช่น Technology ให้พิมพ์ เทคโนโลยี คําที่เป็นพหูพจน์ ไม่เติม “ส” หรือ “ส์” ในภาษาไทย เช่น Games ให้พิมพ์ เกม ยกเว้น คําที่เป็นชื่อเฉพาะ เช่น SEAGAMES ให้พิมพ์ ซีเกมส์ เป็นต้น หรือถ้าไม่แน่ใจในคำสะกดควรตรวจสอบจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
3.2 การใช้เครื่องหมาย
3.2.1 เครื่องหมายขนาดเล็ก ได้แก่ มหัพภาค ( . ) จุลภาค ( , ) ทวิภาค ( : ) อัฒภาค ( ; ) วิภัชภาค ( :- ) เครื่องหมายดังกล่าวเหล่านี้ เมื่อพิมพ์ให้พิมพ์ต่อเนื่อง จากตัวอักษรตัวหน้า ติดกับคำหน้า และเมื่อจะพิมพ์อักษรต่อจากเครื่องหมาย ให้เว้นช่วง 1 ตัวอักษร (หนึ่งเคาะ) ดังตัวอย่างต่อไปนี้
พระพรหม, พระนารายณ์ และพระศิวะ
ตรีมูรติ :- เทพสูงสุดของฮินดู
อิทธิบาท :- ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
3.2.2 เครื่องหมายขนาดใหญ่ มีวิธีใช้ดังนี้
3.2.2.1 เครื่องหมายไม้ยมก (ๆ) เมื่อพิมพ์ให้เว้น 1 ช่วงตัวอักษร (หนึ่งเคาะ) ก่อนเครื่องหมาย และเว้นอีก 1 ช่วงตัวอักษรก่อนพิมพ์คำต่อไป เช่น
นั่ง ๆ นอน ๆ เด็ก ๆ ทั้งหลาย เรื่องอื่น ๆ เป็นต้น
3.2.2.2 เครื่องหมายอื่น ๆ ได้แก่ อัศเจรีย์ ( ! ) ปรัศนี ( ? ) อัญประกาศ (“…”) และไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) มีวิธีใช้เหมือนเครื่องหมายยมก เช่น
โอ ! คุณพระช่วย ! สบายดีหรือ ?
3.2.3 เครื่องหมายไปยาลน้อย (ฯ) เมื่อพิมพ์ให้พิมพ์ต่อจากอักษรตัวหน้า โดยไม่ต้องเว้นก่อน แต่ควรเว้น 1 ช่วงตัวอักษร ก่อนพิมพ์คำต่อไป เช่น
กรุงเทพฯ มีพลเมืองหนาแน่น กำหนดเข้าเฝ้าฯ เวลา 16.00 น.
3.2.4 เครื่องหมายยัติภังค์ ( - ) ใช้พิมพ์ เมื่อจำเป็นต้องแยกพยางค์ภายในคำเดียวกัน เพราะหมดเนื้อที่ในบรรทัด ให้พิมพ์ต่อจากตัวอักษรตัวหน้าได้ โดยไม่ต้องเว้นช่วง ดังนี้
… คณะมนุษย-
ศาสตร์
3.2.5 เครื่องหมายนขลิขิต หรือวงเล็บ มีวิธีใช้ คือ วงเล็บเปิด ให้พิมพ์ต่อจากตัวหน้าได้เลย แต่ให้เว้น 1 ช่วงตัวอักษร เมื่อพิมพ์วงเล็บปิด ดังนี้
โลภะ(ความโลภ) โทสะ(ความโกรธ) และโมหะ(ความหลง)
3.3 การเว้นวรรคตอน
การเว้นวรรคตอน มีหลักในการเว้นดังนี้
3.3.1 การเว้นวรรคระหว่างคำ ให้เว้น 1 ช่วงตัวอักษร เช่น
บิดา มารดา ครู อาจารย์ ล้วนเป็นปูชนียบุคคล
3.3.2 การเว้นวรรคระหว่างกลุ่มคำ (วลี) หรืออนุประโยค ให้เว้น 2 ช่วงตัวอักษร ดังนี้
เมื่ออาจารย์ใหญ่ให้โอวาท นักเรียนตั้งใจฟัง
3.3.3 การเว้นวรรคระหว่างประโยค ให้เว้น 2 ช่วงตัวอักษร หรือ 3 ตัวอักษร อย่างใดอย่างหนึ่ง
อาจารย์มีหน้าที่สอนวิชาการ ในเวลาเดียวกัน อาจารย์ก็มีหน้าที่
3.3.4 การพิมพ์ตัวเลข ให้เว้นช่วง ระหว่างตัวอักษรกับตัวเลข จำนวน 2 ช่วงตัวอักษรเสมอ เช่น
ความยาวไม่เกิน 3 เมตร
3.3.5 คำย่อที่มีมากกว่า 1 คำติดกัน ระหว่างมหัพภาคไม่ต้องเว้นระยะ เช่น
พ.ศ. รศ. Ph.D.
3.4 ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
3.3.1 การพิมพ์แยกพยางค์ให้อยู่ต่างบรรทัด ดังตัวอย่างที่ผิด ดังนี้
คณะครูและนักเรี-
ยน
3.4.2 การพิมพ์เครื่องหมายไว้ต่างบรรทัด กับคำที่เครื่องหมายนั้นทำหน้าที่ขยายดังตัวอย่างที่ผิด ดังนี้
บุคลากรของหน่วยงานนี้ มีแต่คนหนุ่ม
ๆ สาว ๆ ทั้งนี้
3.4.3 คำนำหน้าชื่อบุคคล หรือตำแหน่งวิชาการ ไม่ควรเว้นช่วงคำ ดังตัวอย่างที่ผิด ดังนี้
นาย มงคล สภาสวรรค์ ควรแก้ไขเป็น นายมงคล สภาสวรรค์
นางสาว ส่องศรี นิรวัชกุล ควรแก้ไขเป็น นางสาวส่องศรี นิรวัชกุล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุรีรัตน์ กองแดง ควรแก้ไขเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีรัตน์ กองแดง
บทที่ 4
การลงเอกสารอ้างอิง
การเขียนโครงงาน ต้องมีการอ้างอิง แหล่งที่มา ของเอกสารที่ใช้ประกอบในการค้นคว้า การอ้างอิง หมายถึง การบอกหรือแจ้งแหล่งที่มาของเนื้อหาภายในเล่ม หากมีแนวคิด ข้อมูล หรือ ข้อความใด ที่ผู้เขียนไปคัดลอก หรือ นำมาอ้างอิงไว้ในเนื้อหา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้โครงงาน นั้นมีความสมบูรณ์น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ผู้เขียนจะต้องแสดงที่มาของข้อมูลหรือข้อความนั้น โดยเขียนแหล่งที่มา หรือเอกสารอ้างอิง เพื่อเป็นหลักฐานการอ้างอิง และเป็นการให้เกียรติ ต่อเจ้าของผลงานนั้น ๆ รวมถึงเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์
4.1 วัตถุประสงค์ของการอ้างอิง
4.1.1 เพื่อบอกแหล่งที่มา ของข้อความที่นำมาอ้าง ในโครงงาน ทำให้สามารถตรวจสอบกับหลักฐานต้นแหล่งได้ ซึ่งทำให้โครงงาน นั้นน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
4.1.2 เป็นการแสดงมารยาทของผู้เขียน ถือเป็นประกาศคุณูปการ ต่อเจ้าของผลงานที่ได้คัดลอก หรือนำมาอ้างอิง ไว้ในโครงงาน
4.2 ประเภทของการอ้างอิง
การอ้างอิงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
4.2.1 การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ระบบนาม-ปี* (Parenthetical reference citations in text)
4.2.2 การอ้างอิงแบบแยกจากเนื้อหา หรือ เชิงอรรถ (Footnote)
_____________________________________________________________
* หมายเหตุ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ใช้การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
คำแนะนำและขั้นตอนการทำโครงงาน
โครงงานเป็นงานสร้างสรรค์ทางวิชาการที่เป็นผลงานจากการค้นคว้า ทดลองและวิจัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่นักศึกษามีความสนใจ โดยมีการคัดเลือกข้อมูลที่มีคุณค่า ตามกระบวนการศึกษา และนำเสนอผลงานออกมาในรูปแบบของโครงงานหรืองานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งผลงานดังกล่าวถือว่าเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือเป็นข้อมูลสำหรับการวิจัยที่เกี่ยวข้องต่อไป
1.1 วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน
1.1.1 เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจากแหล่งข้อมูลต่างๆ
1.1.2 เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความคิดและประสบการณ์มากขึ้น
1.1.3 เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ อย่างมีระบบและมีเหตุผล
1.1.4 เพื่อให้นักศึกษาสามารถบูรณาการความรู้ในการสร้างสรรค์ผลงาน
1.1.5 ให้นักศึกษาสามารถวางแผนในการทำงาน และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
1.2 คณะกรรมการในการจัดทำโครงงาน
การจัดทำโครงงานของนักศึกษาจะมีคณะกรรมการ ดังนี้
1.2.1 อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
1.2.1.1 อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 1 คน
1.2.1.2 อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) จำนวนไม่เกิน 3 คน
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานต้องเป็นอาจารย์ประจำของคณะที่นักศึกษาสังกัด อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม(ถ้ามี) อาจเป็นอาจารย์ประจำของคณะ หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ชำนาญการภายในหรือภายนอกมหาวิทยาลัย ในกรณีเป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานเป็นผู้เสนอชื่อให้คณบดีแต่งตั้ง โดยผ่านความเห็นชอบจากหัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชา
1.2.2 คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
การสอบเพื่อขออนุมัติก่อนดำเนินการจัดทำ มีคณะกรรมการสอบ จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ดังนี้
1.2.2.1 ประธานกรรมการ จำนวน 1 คน
1.2.2.2 อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน จำนวน 1 คน
1.2.2.3 กรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 คน
ทั้งนี้ ประธานกรรมการควรเป็นหัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชาหรือผู้ได้รับมอบหมายจากภาควิชา / สาขาวิชา
1.2.3 คณะกรรมการสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี) และการสอบปากเปล่าของโครงงาน
การสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี) และการสอบปากเปล่าก่อนสำเร็จการศึกษา มีคณะกรรมการสอบจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยเป็นชุดเดียวกับคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
1.2.4 อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน เป็นอาจารย์ประจำของภาควิชา / สาขาวิชา
1.3 ขั้นตอนการจัดทำโครงงาน
ในการจัดทำโครงงานมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
1.3.1 การรวบรวมข้อมูล นักศึกษาควรเริ่มรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาโดยเลือกหัวข้อในขอบข่ายโครงงานที่เกี่ยวข้องกับภาควิชา / สาขาวิชา ที่มีความสนใจหรือมีความถนัด
1.3.2 เมื่อได้ข้อมูลและแนวคิดเบื้องต้นแล้ว ให้นำข้อมูลที่ได้ปรึกษาอาจารย์ประจำคณะที่นักศึกษาสังกัด เพื่อตรวจสอบแนวคิดและความเป็นไปได้ในการจัดทำ จากนั้นให้นักศึกษายื่นแบบฟอร์มขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานและอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) ต่อคณบดีผ่านหัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชา
1.3.3 การลงทะเบียนเรียน
1.3.3.1 นักศึกษาที่จะลงทะเบียนเรียนรายวิชาโครงงาน ต้องเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 หรือเป็นไปตามที่แผนการเรียนเสนอแนะ และมีอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานแล้ว
1.3.3.2 กรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อ 1.3.3.1 ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าภาควิชา /สาขาวิชา
1.3.4 การสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน นักศึกษาต้องขอสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.3.4.1 นักศึกษาต้องเสนอหัวข้อและเค้าโครงของโครงงานให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ก่อนวันสอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์
1.3.4.2 นักศึกษาต้องส่งสำเนาฉบับแก้ไข ให้คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน และอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน ก่อนวันสอบอย่างน้อย 1 สัปดาห์
1.3.4.3 ในกรณีที่สอบผ่าน หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน ให้แก้ไขตามมติของคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน หากสอบไม่ผ่านให้กลับไปเริ่มขั้นตอนที่ 1.3.4.1 ใหม่
1.3.4.4 อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน จะเป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสอบ
1.3.4.5 หัวข้อและเค้าโครงของโครงงานประกอบด้วย
1) ชื่อโครงงาน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
2) ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
3) วัตถุประสงค์ของโครงงาน
4) ขอบเขตของโครงงาน
5) วิธีการหรือแนวทางในการศึกษา (อย่างย่อ)
6) แผนการดำเนินโครงงาน ตัวอย่างเช่น เป็นตาราง แผนภาพ (Diagram, Flow chart)
7) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
8) เอกสารอ้างอิง
1.3.5 กรณีที่คณะ กำหนดให้มีการสอบความก้าวหน้าของโครงงาน
1.3.5.1 การรายงานความก้าวหน้า นักศึกษาต้องสอบความก้าวหน้า ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง โดยทุกครั้งนักศึกษาต้องส่งรายงานความก้าวหน้าให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานเพื่อตรวจก่อนการนำเสนออย่างน้อย 2 สัปดาห์ และส่งสำเนาฉบับแก้ไขให้คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงานทุกท่านรวมทั้งอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน ก่อนวันสอบอย่างน้อย 1 สัปดาห์
1.3.5.2 อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน เป็นผู้กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการสอบ ความก้าวหน้า
1.3.5.3 รายงานความก้าวหน้า ประกอบด้วย
1) ชื่อโครงงาน
2) วัตถุประสงค์ของโครงงาน
3) วิธีการหรือแนวทางในการศึกษา (อย่างย่อ)
4) แผนการดำเนินโครงงาน
5) งานที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
6) ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น
7) งานที่จะดำเนินการต่อไป
1.3.6 การสอบโครงงาน ให้ดำเนินการเป็นไปตามคณะที่นักศึกษาสังกัด
1.3.7 การเขียนรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ให้เขียนตามคู่มือการเขียนโครงงานที่เรียบเรียงโดยคณะกรรมการดำเนินงานและประสานงานโครงงาน / วิทยานิพนธ์ ของมหาวิทยาลัยฯ
1.3.8 หลักเกณฑ์การประเมินผล
1.3.8.1 การประเมินผลจะพิจารณาจาก
1) การเข้าชั้นเรียนและพฤติกรรมในการทำโครงงาน
2) การสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
3) การสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี)
4) การสอบโครงงาน
5) รายงานความก้าวหน้า (ถ้ามี) / รายงานฉบับสมบูรณ์
1.3.9 การประเมินผลของคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน ให้เป็นไปตามประกาศของภาควิชา / สาขาวิชา
1.3.10 การแก้ไขและตรวจสอบรูปแบบการพิมพ์รายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ ในกรณีที่สอบผ่าน นักศึกษาต้องแก้ไขเนื้อหาตามมติของคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน โดยการควบคุมอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานและส่งตรวจรูปแบบการพิมพ์ที่ภาควิชา / สาขาวิชา ภายใน 10 วันทำการ นับจากวันที่สอบ
1.3.11 ให้นักศึกษาส่งรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ ที่ภาควิชา / สาขาวิชา โดยเข้าเล่มปกแข็ง และคณะกรรมการสอบลงนามเรียบร้อยแล้ว ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับเล่มคืน (จากข้อ 1.3.10) ตามจำนวนเล่มที่ภาควิชา / สาขาวิชา กำหนด พร้อมแผ่นซีดีรอมที่มีการแปลงข้อมูลโครงงานให้อยู่ในรูป .pdf file เพื่อนำส่งอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน (คณะนำส่งรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ และซีดีรอม จำนวน 1 ชุด ให้กับสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ)
เริ่มต้น
เสนอหัวข้อ และ
โครงงาน
ไม่ผ่าน
รวบรวมข้อมูลที่สนใจ / ถนัด
นักศึกษา
อาจารย์ประจำคณะที่สังกัด
นักศึกษา
แต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
สอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
แบบฟอร์ม สวท. 1-23
ผ่าน
ไม่ผ่าน
ลงทะเบียนเรียน
แบบฟอร์ม สวท. 1-24
นักศึกษา
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
นักศึกษา
คณบดี
หัวหน้าภาควิชา / สาขาวิชา
นักศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน
วิชาโครงงาน
นักศึกษา
สอบความก้าวหน้า (ถ้ามี)
ผ่าน
สอบโครงงาน
(แนวทาง วิธีการ คณะเป็นผู้กำหนด)
แบบฟอร์ม สวท. 1-24
แบบฟอร์ม สวท. 1-24
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน
นักศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน
นักศึกษา
ไม่ผ่าน
สิ้นสุด
ผ่าน
ส่งรายงาน /รายงานฉบับสมบูรณ์ (ปกแข็ง) + CD
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของ
โครงงาน
อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน
วิชาโครงงาน
นักศึกษา
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
บทที่ 2
ส่วนประกอบของโครงงาน
โครงงาน แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้2.1 ส่วนนำหรือส่วนประกอบตอนต้น (The front matter or preliminaries)2.1.1 ปกนอก (Cover)2.1.2 ใบรองปก หรือ กระดาษรองปก (Fly leaf)2.1.3 หน้าปกใน (Title page)2.1.4 หน้าอนุมัติ (Acceptance page)2.1.5 บทคัดย่อ (Abstract)2.1.6 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements)2.1.7 สารบัญ (Table of contents)2.1.8 สารบัญตาราง (List of tables)2.1.9 สารบัญภาพ (List of illustrations)2.2 ส่วนเนื้อเรื่อง (Text to body of contents)2.2.1 บทที่ 1 บทนำ2.2.2 บทที่ 2 ทฤษฎี แนวคิด และ/หรือผล และโครงงานที่เกี่ยวข้อง2.2.3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ หรือ วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล2.2.4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ หรือ ผลการทดลอง2.2.5 บทที่ 5 สรุปผลโครงงาน อภิปรายผลโครงงาน และข้อเสนอแนะ2.3 ส่วนอ้างอิงหรือส่วนประกอบตอนท้าย (References)2.3.1 บรรณานุกรม (Bibliography)2.3.2 ภาคผนวก (Appendix)2.3.3 ประวัติผู้เขียน / ผู้ทำโครงงาน
2.1 ส่วนนำหรือส่วนประกอบตอนต้น มีส่วนประกอบ ดังนี้2.1.1 ปกนอก 2.1.1.1 ปกนอกเป็นปกแข็ง สีน้ำเงินเข้ม พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ด้วยตัวอักษรพิมพ์เป็นสีทอง2.1.1.2 วางตรามหาวิทยาลัยอยู่กลางหน้ากระดาษ ห่างริมกระดาษบนประมาณ 1.5 นิ้ว ตรามหาวิทยาลัยมีขนาดความสูงประมาณ 2 นิ้ว2.1.1.3 ชื่อเรื่องเป็นชื่อหัวข้อที่ได้รับการอนุมัติให้ทำการศึกษาค้นคว้า ห่างจากตรามหาวิทยาลัยลงมาประมาณ 1 นิ้ว หากชื่อเรื่องยาวควรจัดให้เป็นรูปหน้าจั่วกลับ2.1.1.4 ชื่อ-นามสกุลผู้เขียนโครงงาน ให้ระบุคำนำหน้าชื่อ นาย นาง นางสาว ไว้หน้าชื่อผู้เขียนด้วย และถ้ามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม และสมณศักดิ์ ให้ระบุด้วย วางไว้ถัดมาจากชื่อเรื่อง แต่ไม่ต้องบอกคุณวุฒิใด ๆ หรือตำแหน่งหน้าที่การงานไว้ท้ายชื่อ เพราะรายละเอียดส่วนนี้จะไปปรากฎอยู่ในประวัติผู้เขียน กรณีที่มีผู้เขียนมากกว่า 1 คน ให้เรียงชื่อตามลำดับอักษร2.1.1.5 ชื่อปริญญา ชื่อมหาวิทยาลัย และปีการศึกษาที่สำเร็จ บรรทัดสุดท้ายของส่วนนี้ ให้เว้นระยะห่างจากริมกระดาษด้านล่างประมาณ 1.5 นิ้ว2.1.1.6 สันปกพิมพ์ชื่อเรื่อง ชื่อผู้เขียน และปีการศึกษาที่สำเร็จโครงงาน ตามลำดับในแนวนอนโดยให้ชื่อเรื่องห่างจากขอบสันปกลงมา 1 นิ้ว หากชื่อเรื่องยาวควรจัดให้เป็น 2 บรรทัดรูปหน้าจั่วกลับ2.1.2 ใบรองปก หรือ กระดาษรองปก ใบรองปกเป็นกระดาษสีขาวไม่มีข้อความใด ๆ ใส่รองปกทั้งด้านหน้า และด้านหลัง2.1.3 หน้าปกใน หรือหน้าชื่อเรื่อง หน้าปกในส่วนนี้จะอยู่ต่อจากใบรองปก สำหรับหน้าปกในนี้จะมี 2 แผ่น คือ แผ่นที่หนึ่งจะพิมพ์เป็นภาษาไทย และแผ่นที่สอง จะพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ มีรายละเอียดและข้อความคล้ายกับหน้าปกนอก2.1.4 หน้าอนุมัติ หน้าอนุมัติเป็นแบบฟอร์มสำหรับให้คณะกรรมการสอบโครงงาน และคณบดีของแต่ละคณะลงนาม โดยมีรายละเอียด ดังนี้2.1.4.1 ชื่อผู้เขียนให้ใส่คำนำหน้าชื่อ (นาย นาง นางสาว ยศ)2.1.4.2 คณะกรรมการที่สอบโครงงาน ให้ใส่ตำแหน่งทางวิชาการตามที่ปรากฏในคำสั่งแต่งตั้งนำหน้าชื่อ2.1.4.3 ส่วนของการลงนามคณะกรรมการสอบโครงงาน ควรพิมพ์ข้อความ “คณะกรรมการสอบโครงงาน” ห่างจากส่วนที่พิมพ์ชื่อคณบดีโดยเว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์2.1.4.4 ส่วนของการลงนามให้พิมพ์เส้นใต้ด้วยจุดไข่ปลา (...)2.1.4.5 ใช้เส้นทึบคั่นระหว่างชื่อคณะกรรมการสอบโครงงาน กับข้อความอนุมัติ2.1.5 บทคัดย่อ บทคัดย่อเป็นบทสรุปเนื้อหาและแนวคิดของผลงาน ที่กระชับ ชัดเจน ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านทราบถึงภาพรวมของงานได้อย่างรวดเร็ว ให้เขียนเชิงพรรณนาความ ควรใช้ภาษาที่กระชับรัดกุมและตรงประเด็น โดยระบุถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธีการดำเนินการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ จำนวนและลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง รวมทั้งข้อสรุปผลการศึกษาและอาจรวมข้อเสนอแนะที่สำคัญ ๆ ควรมีความยาวไม่เกิน 1-2 หน้ากระดาษพิมพ์และไม่ควรมีรูปภาพ หรือตารางประกอบขอให้พึงระลึกเสมอว่า การเขียนบทคัดย่อควรเขียนหลังจากโครงงานสำเร็จตามขอบเขตของงาน หรือวัตถุประสงค์แล้ว บทคัดย่อส่วนแรกเป็นภาษาไทย ลำดับถัดมาเป็นภาษาอังกฤษ ในกรณีของบทคัดย่อภาษาอังกฤษ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับบทคัดย่อภาษาไทย โดยควรให้ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษาตรวจสอบความถูกต้องของภาษาด้วย รายละเอียดในการพิมพ์บทคัดย่อมีดังนี้1.1.6.1 หน้าบทคัดย่อภาษาไทย1) คำว่า “บทคัดย่อ” ให้ใช้แบบและขนาดตัวอักษรเช่นเดียวกับเนื้อหา โดยใช้อักษรตัวหนา และพิมพ์ห่างจากริมกระดาษด้าน บน 1.5 นิ้ว2) เว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์ จากคำว่า “บทคัดย่อ” ก่อนพิมพ์หัวเรื่องของ บทคัดย่อ ซึ่งประกอบด้วยชื่อเรื่องเค้าโครง ชื่อผู้เขียน ชื่อปริญญา สาขาวิชา ปีการศึกษา และคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงงาน3) ชื่อผู้เขียน ให้ใส่คำนำหน้าชื่อ (นาย นาง นางสาว)4) เว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์จากหัวเรื่อง ก่อนพิมพ์เนื้อความของบทคัดย่อ2.1.5.2 หน้าบทคัดย่อภาษาอังกฤษ (เฉพาะมหาบัณฑิตขึ้นไป)1) คำว่า “ABSTRACT” ให้ใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ขนาดเดียวกับในเนื้อหาโดยใช้อักษรตัวหนา และพิมพ์ห่างจากริมกระดาษด้านบน 1.5 นิ้ว2) เว้นระยะ 1 บรรทัดพิมพ์ จากคำว่า “ABSTRACT” ก่อนพิมพ์ชื่อเรื่องซึ่งประกอบด้วย Project Title, Student’s Name, Degree Sought, Major, Academic Year และ Advisory Committee3) ชื่อเรื่องให้ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็ก และใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ขึ้นต้นเฉพาะคำสำคัญ ยกเว้น คำนำหน้านาม (Article), บุพบท (Preposition) และ สันธาน (Conjunction)4) ชื่อผู้เขียน (Student’s Name) ให้ใส่คำนำหน้าชื่อ (Mr., Mrs., Miss, ยศ หรือฐานันดรศักดิ์)2.1.6 กิตติกรรมประกาศ กิตติกรรมประกาศเป็นข้อความที่ผู้เขียนแสดงความขอบคุณบุคคล สถาบัน องค์กรที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาและร่วมมือในการค้นคว้าเพื่อทำโครงงาน ในการกล่าวขอบคุณถึงบุคคลควรใช้ชื่อและนามสกุลจริง คำนำหน้าของบุคคลทั่วไปให้ใช้คำว่า นาย นาง นางสาว หรือคุณก็ได้ แต่หากมีตำแหน่ง ยศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม และสมณศักดิ์ ต่างๆ ให้ใช้คำเต็มและระบุหน่วยงานต้นสังกัด ควรมีความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษพิมพ์2.1.6.1 พิมพ์คำ “กิตติกรรมประกาศ” ใช้อักษรตัวหนาตรงกลางหน้ากระดาษ ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว (สำหรับโครงงานที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ให้พิมพ์คำว่า ACKNOWLEDGEMENTS โดยใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวหนา) แล้วเว้น 1 บรรทัดพิมพ์2.1.6.2 พิมพ์ข้อความของกิตติกรรมประกาศจนแล้วเสร็จ ให้เว้น 1 บรรทัดพิมพ์2.1.6.3 ให้ใส่ชื่อและนามสกุลของผู้เขียนโครงงาน เป็นบรรทัดสุดท้ายห่างจากแนวกึ่งกลางหน้ากระดาษประมาณ 1 นิ้ว2.1.7 สารบัญ สารบัญหน้าที่แสดงส่วนประกอบที่สำคัญทั้งหมด เรียงตามลำดับเนื้อหาตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย การพิมพ์หน้าสารบัญให้พิมพ์คำว่า “สารบัญ” ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษห่างจากขอบกระดาษบนประมาณ 1.5 นิ้ว หน้าสารบัญควรจัดพิมพ์เมื่อจัดพิมพ์เนื้อหาของรายงาน หรือส่วนประกอบต่าง ๆ ของรายงานเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะได้ทราบว่าแต่ละหัวข้อเริ่มจากหน้าใดบ้าง2.1.8 สารบัญตาราง (ถ้ามี)สารบัญตารางเป็นส่วนที่แจ้งตำแหน่งและชื่อของตารางทั้งหมดในส่วนเนื้อความ เรียงลำดับตามที่ปรากฏในโครงงาน2.1.9 สารบัญภาพ (ถ้ามี)สารบัญภาพอยู่ต่อจากหน้าสารบัญตาราง เป็นส่วนที่แสดงชื่อภาพทั้งหมด ตามลำดับ ภาพในที่นี้ หมายถึง ภาพลายเส้น ภาพเขียน ภาพถ่าย แผนภาพ (Diagram) กราฟ แผนภูมิ และอื่นๆ2.2 ส่วนเนื้อเรื่อง ส่วนเนื้อเรื่อง แบ่งออกเป็น 5 ตอน ดังนี้2.2.1 บทที่ 1 บทนำ ควรประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้2.2.1.1 ความเป็นมาของโครงงาน เป็นการกล่าวถึงสภาพทั่วไปเพื่อแนะนำให้ผู้อ่านมีความรู้เกี่ยวกับภูมิหลังของปัญหาที่จะศึกษา2.2.1.2 ความสำคัญของปัญหาโครงงาน เป็นส่วนชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญของปัญหาที่จะศึกษา2.2.1.3 วัตถุประสงค์ของโครงงาน เป็นส่วนชี้ให้เห็นสิ่งที่ต้องการศึกษาและหาคำตอบ โดยสอดคล้องกับประเด็นสำคัญของปัญหา โดยระบุรายละเอียดเป็นข้อ ๆ2.2.1.4 ขอบเขตของโครงงาน เป็นการกำหนดกรอบของปัญหาที่จะทำให้การวิจัยให้ชัดเจนว่าจะศึกษาครอบคลุมประชากรกลุ่มใดหรือไม่ครอบคลุมประชากรกลุ่มใด สถานที่ใดและเวลาใดบ้าง2.2.1.5 วิธีการ เพื่อตอบปัญหาที่ตั้งไว้ในวัตถุประสงค์2.2.1.6 แผนการดำเนินโครงงาน (ตาราง) เป็นส่วนที่ผู้ทำโครงงานบอกระยะเวลาในการทำโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินการจนเสร็จสิ้นโครงงาน2.2.1.7 นิยามศัพท์ (ถ้ามี) เป็นการกำหนดความหมายของคำบางคำเพื่อใช้ในเรื่องที่จะศึกษาโดยเฉพาะ2.2.1.8 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา จะเป็นประโยชน์แก่บุคคล องค์กร สถาบันใด2.2.2 บทที่ 2 ทฤษฎี แนวคิด และ/หรือผลการศึกษา ที่เกี่ยวข้องบทที่ 2 เป็นการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยบรรยายข้อมูลความรู้เดิม ผลของโครงงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวความคิดและทฤษฎีต่างๆ ซึ่งได้ข้อมูลการตรวจสอบจากหนังสือ ตำรา เอกสารและแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ตลอดจนสมมติฐานที่ผู้จัดทำโครงงานได้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำโครงงาน2.2.3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ หรือ วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลบทที่ 3 เป็นส่วนที่บรรยายวิธีดำเนินการเกี่ยวกับโครงงาน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ2.2.3.1 การรวบรวมข้อมูล เป็นส่วนบอกให้ทราบวิธีการที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานแต่ละประเภท ซึ่งอาจมีวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างกัน และชี้ให้เห็นว่าแต่ละขั้นตอนของโครงงาน ใช้ข้อมูล เอกสาร หรือเครื่องมือประเภทใด และวิธีการที่ได้มาซึ่งข้อมูล เอกสารหรือเครื่องมือนั้น ๆ ได้มาอย่างไร เช่น ผู้จัดทำโครงงานสร้างแบบสอบถามขึ้นเอง เพื่อเก็บข้อมูลปฐมภูมิ ส่วนข้อมูลทุติยภูมินั้นรวบรวมจากเอกสารของที่ได้มาจากแหล่งต่าง ๆ เป็นต้น2.2.3.2 การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นส่วนที่ระบุให้ทราบวิธีการในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น วิธีการแจงนับ การแจกแจงข้อมูล วิธีการทางสถิติ (ถ้ามี) ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานแต่ละประเภท หรือข้อปฏิบัติของแต่ละภาควิชา / สาขาที่เกี่ยวข้อง2.2.4 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ หรือ ผลการทดลองบทที่ 4 เป็นส่วนที่แสดงผลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล ข้อค้นพบในการทำโครงงาน การทดสอบสมมติฐาน และการอภิปรายผลของโครงงาน การรายงานผลโครงงานและการอภิปรายนั้น ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกับวัตถุประสงค์ และสมมติฐานของโครงงาน เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงผลของโครงงานว่าได้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างไรบ้าง สอดคล้องกับสมมติฐานที่วางไว้หรือไม่ รวมทั้งสามารถตอบปัญหาหรือคำถามที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งผลของการศึกษาอาจนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตาราง รูปภาพ กราฟ เป็นต้น2.2.5 บทที่ 5 สรุปผลโครงงาน อภิปรายผลโครงงาน และข้อเสนอแนะบทที่ 5 เป็นส่วนที่สรุปเนื้อหาในโครงงานทั้งหมดที่กล่าวมา อาจมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ เช่นการเสนอแนะเกี่ยวกับงานที่จะทำในขั้นต่อไป ประโยชน์ในการนำผลโครงงานไปประยุกต์ใช้หรือนำไปพัฒนาแนวคิดหรือทฤษฎีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง เป็นต้นหมายเหตุ อย่างไรก็ตามการแบ่งจำนวนบท ไม่จำเป็นต้องเป็น 5 บทเสมอไป อาจแบ่งเป็น 3 บท 4 บท หรือ 5 บทก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและประเภทโครงงาน ที่ต้องการนำเสนอโดยผ่านความเห็นชอบและการให้คำปรึกษาของอาจารย์ที่ปรึกษา 2.3 ส่วนอ้างอิงหรือส่วนประกอบตอนท้าย ในโครงงานจะต้องมีการอ้างอิงเอกสารต่าง ๆ ที่นักศึกษาไปศึกษาค้นคว้ามาและใช้ประกอบในการทำโครงงาน ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงหลักฐานที่มาของข้อมูลนั้นเพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบหรือค้นคว้าเพิ่มเติมได้ และเขียนให้ถูกต้องตามรูปแบบมาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่วนนี้จะประกอบด้วย2.3.1 บรรณานุกรม บรรณานุกรม หมายถึง รายชื่อของแหล่งความรู้ที่นำมาใช้และจัดทำขึ้น โดยเรียงลำดับอักษรของ ผู้แต่ง มีทั้งประเภทสิ่งตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์ เช่น รายชื่อหนังสือ บทความในวารสาร บทความในหนังสืออ้างอิง สิ่งตีพิมพ์อื่นๆ โสตทัศนวัสดุ รวมทั้งที่ได้จากการฟัง การบรรยาย และการสัมภาษณ์ เป็นต้น รูปแบบในการเขียนบรรณานุกรมจะกล่าวถึงในบทที่ 52.3.2 ภาคผนวก ภาคผนวกเป็นข้อมูลที่มิใช่เนื้อหาที่แท้จริงแต่เป็นส่วนที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมให้เข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น เช่น แบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ์ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตารางบันทึกข้อมูล และสูตรคำนวณต่าง ๆ (สูตรคำนวณให้ใช้โปรแกรม Microsoft Equation) เป็นต้น ภาคผนวกจะเรียงถัดจากเอกสารอ้างอิง โดยมีข้อความว่า “ภาคผนวก” หรือ “APPENDIX” อยู่กลางหน้ากระดาษ กรณีที่มีหลายภาคผนวก ให้พิมพ์เรียงลำดับเป็น ภาคผนวก ก , ภาคผนวก ข… หรือ APPENDIX A , APPENDIX B… ต่อเนื่องกันไปจนครบ สำหรับเนื้อหาของแต่ละภาคผนวกให้ขึ้นหน้าใหม่และพิมพ์เลขหน้าทุกหน้าโดยพิมพ์เลขหน้าต่อเนื่องจากเนื้อหาของโครงงาน2.3.3 ประวัติผู้เขียน / ผู้ทำโครงงานประวัติผู้เขียน/ผู้ทำโครงงานอยู่ลำดับสุดท้ายของโครงงานเป็นการเสนอประวัติย่อ ๆ เกี่ยวกับผู้เขียนโครงงาน ให้เขียนเป็นความเรียงความยาวไม่เกิน 1 หน้า โดยพิมพ์คำว่า “ประวัติผู้เขียน” ตรงกลางหน้ากระดาษส่วนบน ประกอบด้วยข้อความต่าง ๆ ดังนี้2.3.3.1 ชื่อ-นามสกุล โดยมีคำนำหน้าชื่อได้แก่ นาย นางสาว นาง ถ้ามียศ ฐานันดรศักดิ์ ราชทินนาม สมณศักดิ์ ก็ให้ใส่ไว้ด้วย2.3.3.2 วัน เดือน ปีและสถานที่เกิด2.3.3.3 ประวัติการศึกษา (เริ่มตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจนถึงก่อนการศึกษาปัจจุบัน สถานศึกษาและปี พ.ศ. ที่สำเร็จการศึกษา)2.3.3.4 ตำแหน่งหน้าที่การงานปัจจุบัน2.3.3.5 สถานที่ทำงานปัจจุบัน2.3.3.6 ทุนการศึกษาที่ได้รับ (ถ้ามี)
บทที่ 3
รูปแบบการพิมพ์
การพิมพ์โครงงาน นักศึกษาควรศึกษารูปแบบและข้อกำหนดในการพิมพ์ในคู่มือการทำจัดทำโครงงาน ก่อนลงมือพิมพ์ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามผู้ที่มีหน้าที่ตรวจรูปแบบการพิมพ์เพื่อความถูกต้องในรูปแบบการพิมพ์
3.1 รูปแบบและข้อกำหนดในการพิมพ์ มีดังนี้
3.1.1 กระดาษที่ใช้พิมพ์ ใช้กระดาษสีขาว ขนาดมาตรฐาน A4 น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 80 แกรม และให้พิมพ์เพียงหน้าเดียวตลอดเล่ม
3.1.2 ตัวพิมพ์ ใช้ตัวอักษรที่เป็นสีดำตลอดทั้งเล่ม อ่านได้ชัดเจน ไม่ใช้ตัวเอน และตัวลวดลาย มีขนาดและแบบเดียวกัน ตลอดเล่ม ให้ใช้เครื่องพิมพ์ชนิดเลเซอร์ โดยใช้ Font ที่เป็นมาตรฐานได้ 2 แบบคือ Angsana, Cordia ขนาด16 พอยต์ (points) นอกจากกรณีตัวพิมพ์ในตารางหรือภาพประกอบที่อาจจำเป็นต้องใช้ตัวพิมพ์ที่เล็กลง หรือย่อส่วนเพื่อให้อยู่ในกรอบของการวางรูปกระดาษตามระเบียบ และสัญลักษณ์หรือตัวพิมพ์พิเศษซึ่งเครื่องพิมพ์ดีดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่สามารถพิมพ์ได้ ให้เขียนด้วยหมึกดำอย่างประณีต
3.1.3 ระยะห่างของขอบกระดาษสำหรับข้อความ ตาราง รูปภาพ ต้องเว้นขอบกระดาษ ดังนี้
3.1.3.1 ห่างจากขอบกระดาษด้านบนระยะห่าง 1.5 นิ้ว (โดยวัดจากขอบบนสุดถึงฐานตัวอักษรบรรทัดแรก)
3.1.3.2 ห่างจากขอบกระดาษด้านซ้ายมือ ระยะห่าง 1.5 นิ้ว
3.1.3.3 ห่างจากขอบกระดาษด้านขวามือ ระยะห่าง 1 นิ้ว
3.1.3.4 ห่างจากขอบกระดาษด้านล่าง ระยะห่าง 1 นิ้ว
3.1.4 ตัวเลขในเนื้อเรื่องใช้แบบเดียวกันทั้งฉบับ เช่น เป็นตัวเลขอารบิคตลอดทั้งเล่ม หากจำเป็นต้องใช้ตัวเลขไทยก็ต้องเลือกให้เหมาะสม เช่น ใช้ตัวเลขอารบิคกับเนื้อหาการอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ และใช้ตัวเลขไทยกับส่วนที่เป็นภาษาไทย แต่ต้องระวังอย่าใช้ตัวเลขไทยกับข้อความภาษาอังกฤษ
3.1.5 การกำกับเลขหน้า มีรายละเอียดดังนี้
3.1.5.1 เว้นจากขอบกระดาษบนถึงฐานตัวเลข 1 นิ้ว
3.1.5.2 เว้นจากขอบกระดาษด้านขวาถึงตัวอักษร (หลักสุดท้าย) 1 นิ้ว
3.1.5.3 ตำแหน่งของเลขหน้าอยู่ตรงกันทุกหน้า หน้าและหลังตัวเลขกำกับหน้าไม่ต้องใส่เครื่องหมายใด ๆ
3.1.5.4 การกำกับเลขหน้า ในส่วนแรกให้ใช้พยัญชนะในภาษาไทยเรียงตามลำดับ ตั้งแต่ ก, ข, ค… ไปตามลำดับ โดยเริ่มนับจากหน้าปกใน เป็นหน้า ก แต่จะไม่พิมพ์ลำดับหน้าในหน้าปกใน ให้เริ่มพิมพ์ลำดับหน้าจากหน้าบทคัดย่อ (เริ่มต้นที่อักษร ง) เป็นต้นไป
3.1.5.5 การกำกับเลขหน้าในส่วนเนื้อหาจนถึงหน้าสุดท้าย ให้ใช้ตัวเลขอารบิค 1, 2, 3… ตามลำดับ ห้ามมีหน้าแทรก เช่น หน้า 2 ก หน้า 2 ข เป็นต้น
3.1.5.6 สำหรับหมายเลขหน้า ให้วางไว้มุมบนขวาของหน้ากระดาษเท่านั้น ห่างจากขอบกระดาษด้านบน ประมาณ 1 นิ้ว ทุก ๆ หน้า จะต้องมีหมายเลขหน้ากำกับ
3.1.5.7 สำหรับหน้าแรกที่มีชื่อบท หน้าแรกของบรรณานุกรม และหน้าแรกของส่วนภาคผนวก ไม่ต้องใส่ตัวเลขกำกับหน้า แต่ให้นับรวมจำนวนหน้าไปด้วย
3.1.6 การเว้นระยะระหว่างบรรทัด
การเว้นระยะระหว่างบรรทัดให้เป็นแบบเดียวกันตลอดทั้งเล่ม บรรทัดระหว่างหัวข้อสำคัญให้เว้น 1 บรรทัด
3.1.7 การย่อหน้า
ให้เว้นระยะจากด้านซ้ายมือ 1 แท็ป (Tab)
3.1.8 การพิมพ์สมการ สูตร สัญลักษณ์ กำหนดให้ใช้ Equation ของ Microsoft Word
3.1.9 การขึ้นหน้าใหม่
3.1.9.1 ถ้าพิมพ์มาถึงบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ ให้เว้นขอบกระดาษล่างประมาณ 1 นิ้ว
3.1.9.2 หากมีเนื้อที่เหลือให้พิมพ์ได้อีกเพียงบรรทัดเดียวในหน้านั้นแล้วจะขึ้นย่อหน้าใหม่ให้ยกย่อหน้านั้นไปตั้งต้นพิมพ์ในหน้าถัดไป
3.1.9.3 หากมีข้อความเหลืออีกเพียงบรรทัดเดียวก็จะจบย่อหน้าเดิม ให้พิมพ์ต่อไปในหน้าเดิมจนจบแล้วจึงขึ้นย่อหน้าใหม่ในหน้าถัดไป
3.1.10 การพิมพ์บทที่ การแบ่งบทและบทที่ มีรายละเอียดดังนี้
3.1.10.1 ให้แบ่งจำนวนบทของโครงงานออกเป็น 5 บท
3.1.10.2 เมื่อเริ่มบทใหม่ต้องขึ้นหน้าใหม่เสมอ
3.1.10.3 พิมพ์คำว่า “บทที่” หรือ “CHAPTER” แล้วตามด้วยตัวเลข โดยไว้กลางหน้ากระดาษตอนบนสุด ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว
3.1.10.4 ชื่อบทให้พิมพ์ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษเช่นกัน โดยให้พิมพ์บรรทัดถัดลงมาต้องเว้นบรรทัด 1 บรรทัด ในกรณีที่ชื่อบทที่ยาวเกิน 1 บรรทัด ให้แบ่งเป็น 2-3 บรรทัด ตามความเหมาะสม โดยพิมพ์เรียงลงมาเป็นลักษณะสามเหลี่ยมกลับหัว
3.1.10.5 การพิมพ์บทที่และชื่อบทให้ใช้ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตัวหนา (Bold)
3.1.10.6 คำว่า “บทที่” และชื่อบทไม่ต้องขีดเส้นใต้
3.1.10.7 ทุกบทต้องมีเลขประจำบท โดยใช้เลขอารบิคสำหรับตัวเลขประจำบทในโครงงานภาษาไทย และใช้เลขโรมันใหญ่ในโครงงาน ภาษาอังกฤษ เช่น บทที่ 1 หรือ CHAPTER I
3.1.11 หัวข้อสำคัญ หัวข้อสำคัญในแต่ละบท หมายถึง หัวข้อหลักซึ่งไม่ใช่เป็นชื่อเรื่องประจำบท มีรายละเอียดดังนี้
3.1.11.1 หัวข้อสำคัญในแต่ละบทให้พิมพ์ชิดด้านซ้ายมือ
3.1.11.2 ในการพิมพ์หัวข้อสำคัญให้ใช้ขนาดตัวอักษร 16 พอยต์ ตัวหนา และไม่ต้องขีดเส้นใต้
3.1.11.3 โครงงานภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของคำแรกและของทุก ๆ คำในหัวข้อสำคัญ ๆ เหล่านี้ต้องพิมพ์ด้วยตัวอักษรตัวใหญ่เสมอ แต่บุพบท, สันธาน และคำนำหน้านาม ไม่ต้องพิมพ์ด้วยตัวอักษรตัวใหญ่ เว้นแต่บุพบท สันธานและคำนำหน้านามดังกล่าวจะเป็นคำแรกของหัวข้อนั้น
3.1.11.4 การขึ้นหัวข้อใหม่ หากมีที่ว่างไม่ถึง 2 บรรทัด ให้ยกหัวข้อใหม่ไปยังหน้าถัดไป
3.1.12 หัวข้อย่อย หมายถึง หัวข้อต่อจากหัวข้อสำคัญ เช่น 1.1 ให้พิมพ์หัวข้อย่อยชิดด้านซ้ายมือ การพิมพ์หัวข้อย่อย ให้ใช้รูปแบบตัวเลขเพียงอย่างเดียว ถ้ามีการแบ่งหัวข้อย่อยออกเป็นมากกว่า 3 ระดับ ให้ใช้ตัวเลขอยู่ภายใต้เครื่องหมายวงเล็บ
ตัวอย่างการลำดับหัวข้อ
เว้นบรรทัดบทที่ 1
ย่อหน้า 1 แท็ปบทนำ
เว้นบรรทัด
ข้อความ ………………………………………………………….…………………………………
……………………………………………………………………………………………………..................
เว้นบรรทัด
1.1 หัวข้อสำคัญ
ข้อความ ………………………………………………….……….………………………………...
…………………………………………………..…………………………………………………................
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.1 หัวข้อย่อยระดับย่อหน้า…………………..………………………………………………….
………………………………………………………........…………………………………………..............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.2 หัวข้อย่อยระดับย่อหน้า………………….…………………….…………………………….
……………………………………………………..….…………………….………………………..............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.2.1 หัวข้อย่อยระดับ2…………..…….………………….……………………………….
………………………………………………………..…………….…….………………………….............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1.1.2.2 หัวข้อย่อยระดับ2…………………..…………….….………………………………
………………………………………………………..……………….….…………………………............
…………………………………………………..…………………………………………………................
1) หัวข้อย่อยระดับ 3……………………………….………..…………………........
2) หัวข้อย่อยระดับ 3………………………………………..…………………........
3.1.13 การพิมพ์ตาราง มีรายละเอียดดังนี้
3.1.13.1 ตารางประกอบด้วยลำดับที่ของตาราง ชื่อตาราง ส่วนข้อความและที่มาของตาราง (ถ้ามี)
3.1.13.2 ให้พิมพ์อยู่หน้าเดียวกันทั้งหมด ซึ่งตารางอาจมีทั้งแบบแนวตั้งและแบบแนวนอนก็ได้
3.1.13.3 ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวหนา คำว่า “ตารางที่” “Table” และ “เลขที่ตาราง” ส่วนชื่อตารางให้ใช้ตัวอักษรปกติ
3.1.13.4 พิมพ์คำว่า “ตารางที่” “Table” อยู่ด้านบนของตาราง ให้ชิดกระดาษด้านซ้ายมือ และอยู่ห่างจากเส้นบนของตาราง 1 บรรทัด
3.1.13.5 การจัดวางตำแหน่งของตาราง ให้ตารางอยู่กึ่งกลางของกระดาษ
3.1.13.6 การพิมพ์หัวตาราง ให้ใช้เส้นตีตารางชิดกับชื่อตาราง โดยขีดเส้นด้านบนและด้านล่างของหัวข้อในตาราง ไม่ต้องขีดเส้นปิดหน้าและปิดท้ายตาราง
3.1.13.7 การใช้เลขกำกับตาราง ให้ใช้เลขอารบิค เรียงลำดับต่อเนื่องกันโดยเรียงไปตามบท เช่น
ในบทที่ 1 ให้จัดเรียงตารางที่ 1.1 และตารางที่ 1.2
ในบทที่ 2 ให้จัดเรียงตารางที่ 2.1 และตารางที่ 2.2
3.1.13.8 ในตารางไม่ควรมีเส้นแบ่งสดมภ์ (Column) ยกเว้นกรณีจำเป็น
3.1.13.9 ตารางที่มีความยาว จนไม่สามารถบรรจุลงในหน้ากระดาษเดียวได้ ให้ตารางในหน้านั้นไม่ต้องขีดเส้นปิดตาราง และให้พิมพ์ส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป โดยพิมพ์คำว่า ตารางที่ (พร้อมเลขลำดับที่ของตาราง) แล้วตามด้วยคำว่า (ต่อ) หรือ (Continued) กรณีนี้ จะต้องพิมพ์หัวตารางใหม่ และต้องมีข้อความในตารางอย่างน้อย 2 บรรทัด โดยยอมปล่อยให้มีที่ว่างในตารางหน้าเดิม
3.1.13.10 กรณีที่ส่วนข้อความของตารางนั้นสิ้นสุดลง และจำเป็นจะต้องอ้างถึงที่มาของตารางในหน้าถัดไป จะต้องยกข้อความบางส่วนของตารางไปรวมไว้ในหน้าใหม่อย่างน้อย 2 บรรทัด โดยยอมปล่อยให้มีที่ว่างในตารางหน้าเดิม
3.1.13.11 ให้พิมพ์ชื่อตารางต่อจากเลขลำดับที่ของตารางโดยเว้นระยะห่าง 2 ช่วงตัวอักษร กรณีชื่อตารางยาวเกินกว่า 1 บรรทัด ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของบรรทัดถัดไปตรงกับตัวอักษรตัวแรกของชื่อตาราง
3.1.13.12 ตารางที่มีความยาว หรือความกว้างจนไม่สามารถบรรจุในหน้ากระดาษเดียวได้ ให้พิมพ์ตามขวางของหน้ากระดาษ โดยหันหัวตารางเข้าสันปก หรืออาจย่อส่วนให้เล็กลงได้ตามความจำเป็น แต่ไม่ควรเล็กเกินไปจนไม่สามารถอ่านได้ หากไม่สามารถทำได้ให้แบ่งตารางออกเป็นส่วน ๆ และพิมพ์ส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป โดยจะต้องพิมพ์เลขลำดับที่ตารางและตามด้วยคำว่า “ต่อ” ในวงเล็บ
3.1.13.13 ภาษาที่ใช้เขียนในตาราง ให้ใช้ภาษาเดียวกับภาษาที่ใช้เขียนโครงงาน
3.1.13.14 ตารางที่อ้างมาจากแหล่งข้อมูลอื่น ให้แจ้งที่มาไว้ท้ายตารางโดยเขียนบรรณานุกรมแหล่งที่มาไว้ด้วยในตอนท้ายตาราง
3.1.13.15 การพิมพ์หน่วยวัดของตัวเลขในตาราง ในกรณีที่ตัวเลขในคอลัมน์ ๆ มีหน่วยวัดเดียวกันให้พิมพ์หน่วยของตัวเลขไว้ในวงเล็บ ตรงมุมบนด้านขวามือเหนือหัวตาราง หรือกรณีที่ตัวเลขในคอลัมน์ต่าง ๆ มีหน่วยวัดต่างกัน ให้พิมพ์หน่วยวัดของตัวเลขไว้ในวงเล็บภายใต้ชื่อคอลัมน์นั้น
3.1.13.16 สำหรับข้อมูลปฐมภูมิไม่ต้องระบุแหล่งที่มา ส่วนข้อมูลทุติยภูมิต้องระบุแหล่งที่มา โดยใส่คำว่า “ที่มา” ไว้ใต้ตาราง ตามด้วยเครื่องหมายทวิภาค (:) แล้วเว้นระยะห่าง 1 ตัวอักษร จึงบอกแหล่งที่มาของข้อมูล
3.1.14 การพิมพ์ภาพประกอบ มีรายละเอียดดังนี้
3.1.14.1 ภาพประกอบ หมายถึง แผนภูมิ แผนที่ กราฟ ภาพถ่าย ภาพวาด เว็บไซต์ เป็นต้น
3.1.14.2 การให้ลำดับที่ของภาพ ใช้รูปแบบเดียวกับการให้ลำดับที่ของตาราง
3.1.14.3 ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวหนา คำว่า “ภาพที่” “Figure” และ “เลขลำดับภาพ” ส่วนชื่อภาพหรือคำอธิบายภาพให้ใช้ตัวอักษรปกติ
3.1.14.4 ให้พิมพ์คำว่า ภาพที่ และเลขลำดับที่ของภาพไว้ด้านล่างของภาพ ชิดริมกรอบกระดาษซ้ายมือของภาพ และพิมพ์คำบรรยายภาพต่อจากเลขลำดับที่ของภาพ โดยเว้นระยะห่าง 2 ช่วงตัวอักษร กรณีคำบรรยายภาพยาวเกินกว่า 1 บรรทัด ให้พิมพ์ตัวอักษรตัวแรกของบรรทัดถัดไปตรงกับตัวอักษรตัวแรกของคำบรรยายภาพ
3.1.14.5 ให้จัดวางตำแหน่งของภาพประกอบ ให้จัดวางกึ่งกลางหน้ากระดาษตามความเหมาะสมสวยงามของหน้ากระดาษ กรณีที่ไม่สามารถบรรจุภาพในหน้าเดียวได้ ให้ย่อส่วนลงตามความจำเป็น หรือให้บรรจุส่วนที่เหลือในหน้าถัดไป โดยพิมพ์คำว่า ภาพที่และเลขลำดับที่ของภาพ แล้วตามด้วยคำว่า (ต่อ) หรือ (Continued)
3.1.14.6 กรณีที่เป็นภาพถ่ายของผลสำเร็จจากการดำเนินงานในโครงการ/โครงงาน ให้ใช้ภาพที่เป็นต้นฉบับเท่านั้น หรือในกรณีภาพประกอบที่เป็นภาพสี จะต้องทำเป็นภาพอัดสำเนาสีลงบนกระดาษปอนด์ขาวอย่างชัดเจน
3.1.14.7 ที่มาของภาพประกอบ ใช้รูปแบบเดียวกับที่มาของตาราง
3.1.14.8 คำอธิบายภาพประกอบ ให้ใช้ภาษาเดียวกับภาษาที่ใช้เขียนโครงงาน
3.1.15 การพิมพ์บรรณานุกรม มีรายละเอียดดังนี้
3.1.15.1 การพิมพ์คำว่าบรรณานุกรม ให้ใช้ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตัวหนา
3.1.15.2 การพิมพ์บรรณานุกรม ให้อยู่ต่อจากส่วนเนื้อหาและอยู่ก่อนภาคผนวก ให้พิมพ์คำว่า “บรรณานุกรม” หรือ “BIBLIOGRAPHY” ไว้กลางหน้ากระดาษตอนบนสุด ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว และให้เว้นห่างจากชื่อบรรณานุกรม 1 บรรทัด จึงเริ่มพิมพ์รายชื่อของเอกสารที่ใช้ประกอบในบรรทัดแรก
3.1.15.3 การเรียงลำดับรายการบรรณานุกรม ให้เรียงลำดับข้อความแรกในแต่ละบรรทัดตามพจนานุกรม คือ เรียงตามอักษร ก – ฮ และ A – Z และเรียงบรรณานุกรมที่เป็นภาษาไทย ก่อนบรรณานุกรมภาษาอังกฤษ
3.1.15.4 ไม่ใส่เลขลำดับที่ 1, 2, 3… กำกับหน้ารายการบรรณานุกรม
3.1.15.5 หนังสือที่ใช้ในการอ้างอิง ถ้ามีการจัดพิมพ์หลายๆ ครั้งควรเลือกเล่มที่จัดพิมพ์ครั้งใหม่ที่สุด
3.1.15.6 ในการพิมพ์บรรณานุกรมภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของแต่ละคำของชื่อเรื่อง (Title) ต้องขึ้นต้นตัวใหญ่เสมอ ยกเว้นบุพบทและสันธานเช่นคำว่า in, on, for และ and เป็นต้น
3.1.15.7 เริ่มต้นพิมพ์อักษรตัวแรกของผู้แต่ง ถ้าไม่จบรายการใน 1 บรรทัด เมื่อขึ้นบรรทัดที่ 2 ให้ย่อหน้าเข้ามา 6 ช่วงตัวอักษร และเริ่มพิมพ์ตัวอักษรที่ 7 ถ้าไม่จบใน 2 บรรทัด ขึ้นบรรทัดที่ 3 ให้ตรงกับบรรทัดที่ 2 จนจบรายการ เมื่อขึ้นรายการใหม่จึงชิดขอบหน้าเท่ารายการเดิม
3.1.16 การพิมพ์ภาษาต่างประเทศ
สําหรับคําในภาษาตjางประเทศใหhพิมพ์ทับศัพท์เป็นภาษาไทยโดยวงเล็บภาษาต่าง ประเทศในคําแรกตามความจําเป็น เช่น เทคนิค(Technique) และการพิมพ์ภาษาต่างประเทศไม่นิยมใส่รูปวรรณยุกต์ เช่น Technology ให้พิมพ์ เทคโนโลยี คําที่เป็นพหูพจน์ ไม่เติม “ส” หรือ “ส์” ในภาษาไทย เช่น Games ให้พิมพ์ เกม ยกเว้น คําที่เป็นชื่อเฉพาะ เช่น SEAGAMES ให้พิมพ์ ซีเกมส์ เป็นต้น หรือถ้าไม่แน่ใจในคำสะกดควรตรวจสอบจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
3.2 การใช้เครื่องหมาย
3.2.1 เครื่องหมายขนาดเล็ก ได้แก่ มหัพภาค ( . ) จุลภาค ( , ) ทวิภาค ( : ) อัฒภาค ( ; ) วิภัชภาค ( :- ) เครื่องหมายดังกล่าวเหล่านี้ เมื่อพิมพ์ให้พิมพ์ต่อเนื่อง จากตัวอักษรตัวหน้า ติดกับคำหน้า และเมื่อจะพิมพ์อักษรต่อจากเครื่องหมาย ให้เว้นช่วง 1 ตัวอักษร (หนึ่งเคาะ) ดังตัวอย่างต่อไปนี้
พระพรหม, พระนารายณ์ และพระศิวะ
ตรีมูรติ :- เทพสูงสุดของฮินดู
อิทธิบาท :- ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
3.2.2 เครื่องหมายขนาดใหญ่ มีวิธีใช้ดังนี้
3.2.2.1 เครื่องหมายไม้ยมก (ๆ) เมื่อพิมพ์ให้เว้น 1 ช่วงตัวอักษร (หนึ่งเคาะ) ก่อนเครื่องหมาย และเว้นอีก 1 ช่วงตัวอักษรก่อนพิมพ์คำต่อไป เช่น
นั่ง ๆ นอน ๆ เด็ก ๆ ทั้งหลาย เรื่องอื่น ๆ เป็นต้น
3.2.2.2 เครื่องหมายอื่น ๆ ได้แก่ อัศเจรีย์ ( ! ) ปรัศนี ( ? ) อัญประกาศ (“…”) และไปยาลใหญ่ (ฯลฯ) มีวิธีใช้เหมือนเครื่องหมายยมก เช่น
โอ ! คุณพระช่วย ! สบายดีหรือ ?
3.2.3 เครื่องหมายไปยาลน้อย (ฯ) เมื่อพิมพ์ให้พิมพ์ต่อจากอักษรตัวหน้า โดยไม่ต้องเว้นก่อน แต่ควรเว้น 1 ช่วงตัวอักษร ก่อนพิมพ์คำต่อไป เช่น
กรุงเทพฯ มีพลเมืองหนาแน่น กำหนดเข้าเฝ้าฯ เวลา 16.00 น.
3.2.4 เครื่องหมายยัติภังค์ ( - ) ใช้พิมพ์ เมื่อจำเป็นต้องแยกพยางค์ภายในคำเดียวกัน เพราะหมดเนื้อที่ในบรรทัด ให้พิมพ์ต่อจากตัวอักษรตัวหน้าได้ โดยไม่ต้องเว้นช่วง ดังนี้
… คณะมนุษย-
ศาสตร์
3.2.5 เครื่องหมายนขลิขิต หรือวงเล็บ มีวิธีใช้ คือ วงเล็บเปิด ให้พิมพ์ต่อจากตัวหน้าได้เลย แต่ให้เว้น 1 ช่วงตัวอักษร เมื่อพิมพ์วงเล็บปิด ดังนี้
โลภะ(ความโลภ) โทสะ(ความโกรธ) และโมหะ(ความหลง)
3.3 การเว้นวรรคตอน
การเว้นวรรคตอน มีหลักในการเว้นดังนี้
3.3.1 การเว้นวรรคระหว่างคำ ให้เว้น 1 ช่วงตัวอักษร เช่น
บิดา มารดา ครู อาจารย์ ล้วนเป็นปูชนียบุคคล
3.3.2 การเว้นวรรคระหว่างกลุ่มคำ (วลี) หรืออนุประโยค ให้เว้น 2 ช่วงตัวอักษร ดังนี้
เมื่ออาจารย์ใหญ่ให้โอวาท นักเรียนตั้งใจฟัง
3.3.3 การเว้นวรรคระหว่างประโยค ให้เว้น 2 ช่วงตัวอักษร หรือ 3 ตัวอักษร อย่างใดอย่างหนึ่ง
อาจารย์มีหน้าที่สอนวิชาการ ในเวลาเดียวกัน อาจารย์ก็มีหน้าที่
3.3.4 การพิมพ์ตัวเลข ให้เว้นช่วง ระหว่างตัวอักษรกับตัวเลข จำนวน 2 ช่วงตัวอักษรเสมอ เช่น
ความยาวไม่เกิน 3 เมตร
3.3.5 คำย่อที่มีมากกว่า 1 คำติดกัน ระหว่างมหัพภาคไม่ต้องเว้นระยะ เช่น
พ.ศ. รศ. Ph.D.
3.4 ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยง
3.3.1 การพิมพ์แยกพยางค์ให้อยู่ต่างบรรทัด ดังตัวอย่างที่ผิด ดังนี้
คณะครูและนักเรี-
ยน
3.4.2 การพิมพ์เครื่องหมายไว้ต่างบรรทัด กับคำที่เครื่องหมายนั้นทำหน้าที่ขยายดังตัวอย่างที่ผิด ดังนี้
บุคลากรของหน่วยงานนี้ มีแต่คนหนุ่ม
ๆ สาว ๆ ทั้งนี้
3.4.3 คำนำหน้าชื่อบุคคล หรือตำแหน่งวิชาการ ไม่ควรเว้นช่วงคำ ดังตัวอย่างที่ผิด ดังนี้
นาย มงคล สภาสวรรค์ ควรแก้ไขเป็น นายมงคล สภาสวรรค์
นางสาว ส่องศรี นิรวัชกุล ควรแก้ไขเป็น นางสาวส่องศรี นิรวัชกุล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุรีรัตน์ กองแดง ควรแก้ไขเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีรัตน์ กองแดง
บทที่ 4
การลงเอกสารอ้างอิง
การเขียนโครงงาน ต้องมีการอ้างอิง แหล่งที่มา ของเอกสารที่ใช้ประกอบในการค้นคว้า การอ้างอิง หมายถึง การบอกหรือแจ้งแหล่งที่มาของเนื้อหาภายในเล่ม หากมีแนวคิด ข้อมูล หรือ ข้อความใด ที่ผู้เขียนไปคัดลอก หรือ นำมาอ้างอิงไว้ในเนื้อหา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนให้โครงงาน นั้นมีความสมบูรณ์น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ผู้เขียนจะต้องแสดงที่มาของข้อมูลหรือข้อความนั้น โดยเขียนแหล่งที่มา หรือเอกสารอ้างอิง เพื่อเป็นหลักฐานการอ้างอิง และเป็นการให้เกียรติ ต่อเจ้าของผลงานนั้น ๆ รวมถึงเพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์
4.1 วัตถุประสงค์ของการอ้างอิง
4.1.1 เพื่อบอกแหล่งที่มา ของข้อความที่นำมาอ้าง ในโครงงาน ทำให้สามารถตรวจสอบกับหลักฐานต้นแหล่งได้ ซึ่งทำให้โครงงาน นั้นน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
4.1.2 เป็นการแสดงมารยาทของผู้เขียน ถือเป็นประกาศคุณูปการ ต่อเจ้าของผลงานที่ได้คัดลอก หรือนำมาอ้างอิง ไว้ในโครงงาน
4.2 ประเภทของการอ้างอิง
การอ้างอิงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
4.2.1 การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ระบบนาม-ปี* (Parenthetical reference citations in text)
4.2.2 การอ้างอิงแบบแยกจากเนื้อหา หรือ เชิงอรรถ (Footnote)
_____________________________________________________________
* หมายเหตุ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ใช้การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
4.3 การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ระบบนาม-ปี เป็นการเขียนแหล่งอ้างอิงไว้ในวงเล็บ เพื่อบอกที่มาของข้อความที่ยกมา ทั้งนี้อาจจะอยู่ต้นข้อความ ตอนกลางข้อความ หรือตอนท้ายของข้อความก็ได้
ปัจจุบันเป็นวิธีการอ้างอิง ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะง่ายต่อการเขียน สะดวก และประหยัดเนื้อที่ในการพิมพ์ แต่ข้อเสียก็คือ ผู้อ่านอาจเกิดความรำคาญที่ต้องสะดุดเป็นช่วง ๆ เนื่องจากมีวงเล็บแทรกเป็นระยะ ๆ และผู้อ่านไม่สามารถ ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารอ้างอิงในทันทีได้ ต้องใช้ชื่อผู้แต่งที่ระบุในวงเล็บ เป็นเครื่องชี้นำ ไปยังบรรณานุกรมซึ่งอยู่ท้ายเล่ม
4.3.1 แบบแผนการอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ระบบนาม-ปี
4.3.1.1 การอ้างอิงโดยเน้นเนื้อหาสาระขึ้นต้นก่อน รายการอ้างอิงทั้งหมดจะอยู่ในวงเล็บ และเขียนต่อจากข้อความ
รัฐบาลควรจะถือเรื่องเป็นธรรมทางสังคมเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ รัฐบาลควรสนับสนุน การเคลื่อนไหวทางวิชาการ และกระบวนการทางสังคม เพื่อความเป็นธรรมทางสังคม การปฏิรูปการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน เป็นหัวใจของความเป็นธรรมทางสังคม (ประเวศ วะสี. 2547: 187)
4.3.1.2 การอ้างอิงโดยเน้นนามเจ้าของเอกสารก่อนข้อความที่จะอ้างอิงนิยมใส่รายการอ้างอิงหลังนามเจ้าของเอกสาร โดยไม่ต้องใส่ชื่อผู้แต่งซ้ำ
ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ (2547: 39) กล่าวว่า คนไทยส่วนมากชอบประจบผู้มีอำนาจ คือ ผู้นำของตน คนไทยจึงเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำลายผู้นำของตน...
... เช่นเดียวกับที่ Volter (1988: 65 ) กล่าวว่า พระมหากษัตริย์ไทยในอดีตคงต้องทรงโดดเดี่ยวจนน่าสงสาร ก็เพราะไม่มีใครกล้ากราบบังคมทูลความจริงอันใดที่จะทำให้พระองค์ไม่พอพระทัย
4.3.1.3 กรณีที่จำเป็นต้องอ้างอิงเอกสารหลายรายการพร้อมกัน ผู้เขียนสามารถอ้างอิงไว้ในวงเล็บเดียวกันได้โดยมีเครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหว่างเอกสารอ้างอิง แต่ละรายการโดยเรียงลำดับตามปีที่พิมพ์
ทรัพยากรที่นักธุรกิจแต่ละคนใช้วิ่งเต้นเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจผูกขาด มิได้มีผลประโยชน์อื่นใดต่อสังคม เพราะนอกจากจะไม่ได้ก่อให้เกิดการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นแล้ว ยังก่อให้เกิดการคอร์รัปชั่น ความสูญเสียดังกล่าวนี้ จึงมีขนาดใหญ่กว่าความสูญเปล่าของทรัพยากร (Tullock. 1967: 230; Bhagwati. 1987: 999; นิพนธ์ พัวพงศกร. 2547: 93)
4.3.1.4 การอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิและตติยภูมิ ในบางครั้งที่ผู้เขียนโครงงาน ไม่สามารถ หาแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ มาอ้างอิงได้ ให้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ หรือแหล่งข้อมูล ตติยภูมิ มีวิธีการอ้างอิง ดังนี้
1) ใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิเป็นหลัก
ให้ขึ้นต้นด้วยรายการอ้างอิงของแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ตามด้วยคำว่า “อ้างถึงใน” สำหรับการอ้างอิงภาษาไทย หรือคำว่า “quoted in” หรือ “quoted by” สำหรับการอ้างอิงภาษาอังกฤษ และตามด้วยรายการอ้างอิงของแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ
การศึกษาของทีดีอาร์ไอ รายงานว่า ราคาการใช้โทรศัพท์ประเภทต่าง ๆ ราคาเครื่องโทรศัพท์มือถือ และค่าวงจรอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยแพงกว่าของประเทศเพื่อนบ้าน(สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และธราธร รัตนนฤมิตร. 2545: 114 อ้างถึงใน นิพนธ์ พัวพงศกร. 2547:93)
2) ใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิเป็นหลัก
ให้ขึ้นต้นด้วยรายการอ้างอิงของแหล่ง ข้อมูลทุติยภูมิ ตามด้วยคำว่า “อ้างจาก” สำหรับการอ้างอิงภาษาไทย หรือคำว่า “citing” หรือ “quoting” สำหรับการอ้างอิงภาษาอังกฤษ และตามด้วยรายการอ้างอิงของแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ
อนึ่ง การอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลตติยภูมิเป็นหลัก ก็ให้ใช้หลักการเดียวกันนี้ โดยใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิแทนในตำแหน่งของแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
การศึกษาของทีดีอาร์ไอ รายงานว่า ...(นิพนธ์ พัวพงศกร. 2547: 93 อ้างจาก สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และธราธร รัตนนฤมิตร. 2545: 114)
4.3.2 หลักเกณฑ์การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
4.3.2.1 ผู้แต่งคนเดียว
1) ถ้าผู้แต่งเป็นชาวไทย ให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุล ทั้งเอกสารที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
(เกษมชาติ ทองชา. 2540: 210)
(Pornchai Suchitta. 1983: 34)
2) ถ้าผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศให้ระบุเฉพาะชื่อสกุลของผู้แต่ง (Watson. 2001: 155)
4.3.2.2 ผู้แต่ง 2 คน
ถ้าผู้แต่งเป็นชาวไทยให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุลของผู้แต่งทั้ง 2 คน โดยใช้คำว่า “และ” เชื่อม สำหรับผู้แต่งชาวต่างประเทศให้ลงชื่อสกุลของผู้แต่งทั้ง 2 คน โดยใช้คำว่า “and” เชื่อม
(วิศิษฎ์ จาตุรมาน และขวัญชัย สินทิพย์สมบูรณ์. 2538: 33)
(William and Grossa. 1996: 25)
4.3.2.3 ผู้แต่ง 3 คน
ถ้าผู้แต่งเป็นชาวไทย ให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุลของผู้แต่งทั้ง 3 คน ใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างผู้แต่งคนแรกและคนที่ 2 เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้วต่อด้วยผู้แต่งคนที่ 3 ถ้าผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศให้ระบุเฉพาะชื่อสกุลของผู้แต่งทั้ง 3 คน ใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างคนที่ 1 และคนที่ 2 จากนั้นใช้คำว่า “and” เชื่อมแล้วต่อด้วยนามสกุลคนที่ 3
(สหชัย นทีปการ, ธนาพงษ์ วิทิตศานต์ และเจริญชัย บำรุงวัด. 2544: 45)
(Pozar, Freeman and Sedra . 1998: 154)
4.3.2.4 ผู้แต่งมากกว่า 3 คน
สำหรับเอกสารภาษาไทย ให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุลของผู้แต่งคนแรก ตามด้วย “และคณะ” ส่วนเอกสารภาษาต่างประเทศให้ระบุเฉพาะชื่อสกุลของผู้แต่งคนแรก ตามด้วย “et al.”
(กอบแก้ว โชติกุญชร และคณะ. 2544: 89)
(Kasabian et al. 2001: 25)
4.3.2.5 ผู้แต่งคนไทยที่มีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ และสมณศักดิ์ ให้ลงคำนำหน้า พระนาม บรรดาศักดิ์ และสมณศักดิ์ ไว้หน้าชื่อด้วย
(ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล. 2533: 55)
(พระยาอุปกิตศิลปสาร. 2525: 28)
(พระราชธรรมนิเทศ. 2531: 333)
4.3.2.6 ผู้แต่งที่มียศ ตำแหน่ง ผู้แต่งที่มียศทางทหาร ตำรวจ นายแพทย์ อาจารย์ หรือมีตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไม่ต้องใส่ยศหรือตำแหน่ง
(พวา พันธุ์เมฆา. 2542: 11)
(ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์. 2535: 72)
4.3.2.7 ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง ให้ลงชื่อนามแฝงนั้น
(ว.วชิรเมธี. 2547: 25)
(Twain. 1962: 19)
4.3.2.8 ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน หมายถึง หน่วยงานหรือกลุ่มบุคคล ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ได้แก่ หน่วยงานของรัฐบาล สถาบัน รัฐวิสาหกิจ สมาคม มูลนิธิ เป็นต้น ให้ลงชื่อสถาบันนั้นๆ จากหน่วยงานใหญ่ไปหาหน่วยงานย่อย
(มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์. 2548: 140)
(ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. 2544: 5)
(ราชบัณฑิตยสถาน. 2549 : 30)
(United Nations. 1989: 7)
4.3.2.9 ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ให้ลงชื่อเรื่องแทนในตำแหน่งของผู้แต่ง
(100 ปี กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตธุรกิจไทย. 2534: 144 )
(Organization for Economic Co-operation and Development. 1996: 53)
4.3.2.10 ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง แต่มีผู้ทำหน้าที่บรรณาธิการ ผู้รวบรวม ให้ใส่ชื่อบรรณาธิการหรือผู้รวบรวม
(พิมลอร อมรแจ่ม, ผู้รวบรวม. 2543: 237)
(Fluka, ed. 1988: 978)
4.3.2.11 หนังสือแปล
1) ถ้าทราบชื่อผู้แต่งเดิม ให้ใส่ชื่อผู้แต่งเดิม
(สปีเกล. 2541: 15)
2) ถ้าไม่ทราบชื่อผู้แต่งเดิมให้ใส่ชื่อผู้แปล
(สมพร สูตินันท์โอภาส, ผู้แปล. 2541: 35)
4.3.2.12 การอ้างเอกสารหลายเรื่อง โดยผู้เต่งหลายคนพร้อมกัน ให้เรียงตามลำดับ ปีที่พิมพ์จากเลขน้อยไปหาเลขมาก โดยคั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (; )
(ศิรินาถ ทับแสง. 2535: 36; วิจารณ์ พานิช. 2539: 96; วิจิตร ศรีสอ้าน. 2546: 5)
(Wilkerson. 1998: 1; Todaro. 2000: 2; Barger. 2002: 1)
4.3.2.13 การอ้างอิงเอกสารพิเศษหรือสื่อลักษณะอื่น เช่น รายการวิทยุ โทรทัศน์ ปาฐกถา วีดิทัศน์ สไลด์ ต้นฉบับตัวเขียน จดหมาย สัมภาษณ์ เป็นต้น ให้ระบุลักษณะของเอกสารพิเศษนั้น ๆ
(อานันท์ ปัณยารชุน. 2545: แถบบันทึกเสียง)
(สุรยุทธ์ จุลานนท์. 2550: สัมภาษณ์)
(สนธิ ลิ้มทองกุล. 2550: ออนไลน์)
(Rowling. 2007: online)
หมายเหตุ เอกสารทุกรายการที่มีการอ้างอิงแทรกในเนื้อหา ต้องปรากฎในบรรณานุกรมท้ายเล่มทุกรายการเช่นเดียวกัน (ตามหลักการเขียนบรรณานุกรม)
บทที่ 5
บรรณานุกรม
การเขียนบรรณานุกรม มีแบบแผนและหลักเกณฑ์ในการบันทึกรายการแบ่งได้ตามประเภทของทรัพยากรสารนิเทศดังนี้ หนังสือ บทความวิชาการ รายงานการวิจัย โครงงาน จุลสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่นำมาประกอบการเรียบเรียง โดยในส่วนนี้แสดงถึง ชื่อผู้เขียน ปีที่พิมพ์ ชื่อเอกสาร สถานที่พิมพ์ และสำนักพิมพ์ เป็นต้น
5.1 ความหมายของบรรณานุกรม
บรรณานุกรม หมายถึง รายการทรัพยากรสารนิเทศที่ใช้ค้นคว้าหาข้อมูลและอ้างอิงในการเขียนโครงงาน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้ศึกษาค้นคว้ามาจากตำราที่เชื่อถือได้และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่ต้องการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม
5.2 หลักการเขียนบรรณานุกรม
5.2.1 การพิมพ์คำว่าบรรณานุกรม ให้ใช้ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตัวหนา
5.2.2 การพิมพ์บรรณานุกรมให้อยู่ต่อจากส่วนเนื้อหาและอยู่ก่อนภาคผนวก ให้พิมพ์คำว่า “บรรณานุกรม” หรือ “BIBLIOGRAPHY” ไว้กลางหน้ากระดาษตอนบนสุด ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว และให้เว้นห่างจากชื่อบรรณานุกรม 1 บรรทัด จึงเริ่มพิมพ์รายชื่อของเอกสารที่ใช้ประกอบในบรรทัดแรก
5.2.3 การเรียงลำดับรายการบรรณานุกรม ให้เรียงลำดับข้อความแรกในแต่ละบรรทัดตามพจนานุกรม คือ เรียงตามอักษร ก – ฮ และ A – Z และเรียงบรรณานุกรมที่เป็นภาษาไทย ก่อนบรรณานุกรมภาษาอังกฤษ
5.2.4 ไม่ใส่เลขลำดับที่ 1, 2, 3… กำกับหน้ารายการบรรณานุกรม
5.2.5 หนังสือที่ใช้ในการอ้างอิง ถ้ามีการจัดพิมพ์หลายๆ ครั้งควรเลือกเล่มที่จัดพิมพ์ครั้งใหม่ที่สุด
5.2.6 ในการพิมพ์บรรณานุกรมภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของแต่ละคำของชื่อเรื่อง (Title) ต้องขึ้นต้นตัวใหญ่เสมอ ยกเว้นบุพบทและสันธานเช่นคำว่า in, on, for และ and เป็นต้น
5.2.7 ระยะการเขียนบรรณานุกรม แต่ละรายการของทรัพยากรสารนิเทศบรรทัดแรก ต้องเขียน ชิดซ้าย ถ้าเขียนบรรทัดเดียวไม่พอ ต่อบรรทัดที่ 2 , 3 ... ต้องเว้นในระยะ 1 แท็ป
5.2.8 การเว้นระยะเครื่องหมายวรรคตอน ของรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมแต่ละทรัพยากรสารนิเทศ มีดังนี้ หลังเครื่องหมายมหัพภาค (.) ให้เว้นไว้ 2 ตัวอักษร หลังเครื่องหมาย มหัพภาคคู่ (:) จุลภาค (,) อัญประกาศ (“ ”) ให้เว้นไว้ 1 ตัวอักษร
5.3 หลักการลงส่วนต่างๆ ในบรรณานุกรม
5.3.1 ผู้แต่ง ผู้เขียนบทความ ผู้รับผิดชอบ ผู้ผลิต
5.3.1.1 หนังสือที่มีผู้แต่งคนเดียว ชื่อผู้แต่งให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของหนังสือ สำหรับผู้แต่งที่เป็นคนไทย ให้ใช้ชื่อ นามสกุล สำหรับผู้แต่งชาวต่างประเทศ ให้ใช้ชื่อสกุลขึ้นต้น แล้วตามด้วยชื่อต้น ชื่อกลาง หลังนามสกุลให้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ทั้ง 2 กรณีไม่ต้องใส่คำนำหน้านามหรือวุฒิการศึกษา นายแพทย์ ดอกเตอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยศทหารและตำรวจ ตัวอย่าง
พวา พันธุ์เมฆา.
น้ำทิพย์ วิภาวิน.
Bangs, David B.
5.3.1.2 หนังสือที่มีผู้แต่ง 2 คน ให้ใส่ชื่อผู้แต่งที่ระบุเป็นคนแรกไว้ก่อน เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้ว จึงใส่ชื่อผู้แต่งคนที่ 2 สำหรับหนังสือภาษาต่างประเทศ ให้เชื่อมด้วยคำว่า “and” แล้วจึงลงรายการผู้แต่งคนที่ 2 ตัวอย่าง
พันจันทร์ ธนวัฒนาเสถียร และกรภัทร สุทธิดารา.
สายทอง มโนมัยอุดม และลัดดา รุ่งวิสัย.
Kennedy, John F. and Molen, Gerald R.
5.3.1.3 หนังสือที่มีผู้แต่ง 3 คน ผู้แต่งชาวไทยลงชื่อ นามสกุล ผู้แต่งคนที่ 1 คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ลงชื่อ นามสกุลคนที่ 2 เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้วจึงลงชื่อ นามสกุลคนที่ 3 สำหรับชาวต่างประเทศ ให้ลงคนที่ 1 คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ผู้แต่งคนที่ 2 เชื่อมด้วยคำว่า “and” ลงผู้แต่งคนที่ 3 ตัวอย่าง
นงคราญ วรวรรณ, สุดารัตน์ ขจรวงศ์ และพรนภา รัศมีจันทร์.
สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง, วิมล ศิริไพบูลย์ และสุกัญญา ชลศึกษ์.
Turban, Efraim, McLean, Ephraim R. and Wetherbe, James C.
5.3.1.4 หนังสือที่มีผู้แต่งมากกว่า 3 คนขึ้นไป ให้ลงชื่อผู้แต่งทุกคน ผู้แต่งชาวไทยลงชื่อ นามสกุล ผู้แต่งคนที่ 1 คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ลงชื่อ นามสกุลคนที่ 2,3,4... เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้วจึงลงชื่อ นามสกุลคนสุดท้าย สำหรับชาวต่างประเทศลงผู้แต่งคนที่ 1 แล้วคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ลงนามสกุล ชื่อต้น ชื่อกลาง คนที่ 2,3,4... เชื่อมด้วยคำว่า “and” แล้วจึงลง นามสกุล ชื่อต้น ชื่อกลาง คนสุดท้าย
วัลลภ สวัสดิวัลลภ, สุเวช ณ หนองคาย, นารีรัตน์ เทียมเมือง, เบญจ- รัตน์ สีทองสุก, ชัยเลิศ ปริสุทธกุล และอรุณี ทรงพัฒนา.
Griswold, Norman E., Neidig, H.A., Spencer, James N. and Stanitski, Conrad L.
5.3.1.5 ผู้แต่งที่มีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ และสตรีที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ให้ลงคำเหล่านั้นไว้หลังชื่อสกุล โดยใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่น ตัวอย่าง
เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ.
อนุมานราชธน, พระยา.
รังสิมา หวั่งหลี, คุณหญิง.
5.3.1.6 ผู้แต่งที่มีสมณศักดิ์ ให้ใช้ตามสมณศักดิ์ที่ได้รับ และใส่ชื่อเดิมไว้ในวงเล็บ และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน.
พุทธทาสภิกขุ.
พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ)
5.3.1.7 ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง ถ้าทราบนามจริงให้ลงชื่อนามแฝง แล้ววงเล็บนามจริงต่อท้าย ถ้าไม่ทราบนามจริงให้ลงนามแฝง แล้ววงเล็บคำว่า “นามแฝง” สำหรับชาวต่างประเทศ วงเล็บคำว่า “pseud” และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
พนมเทียน (นามแฝง).
ทมยันตี (วิมล ศิริไพบูลย์).
Wow (pseud).
5.3.1.8 ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน ได้แก่ หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ สมาคม ธนาคาร องค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น ให้ลงชื่อสถาบันนั้นๆ ในรายการผู้แต่ง จากหน่วยงานใหญ่ไปหน่วยงานย่อย โดยเว้นวรรคระหว่างหน่วยงานใหญ่ และหน่วยงานย่อย ตัวอย่าง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์.
กรมประชาสัมพันธ์.
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
5.3.1.9 หนังสือที่ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ให้ลงรายการชื่อเรื่อง หรือชื่อบทความที่ปรากฏในหน้าปกในแทนรายการผู้แต่ง
สารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า.
“ชายคลองและท้องทุ่ง: แผ่นดินแห่งสายน้ำ”
World Wide Web Secrets.
“Canal Control Algorithm Currently in Use”
5.3.2 ชื่อหนังสือ ชื่อวารสาร ชื่อหนังสือพิมพ์ ชื่อรายการ ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ชื่อเรื่องภาษาต่างประเทศจะใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นทุกคำ ทั้งชื่อเรื่องและชื่อรอง โดยใช้อักษรตัวหนา และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
สารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า.
องค์การกับการสื่อสาร.
World Wide Web Secrets.
5.3.3 ครั้งที่พิมพ์ หนังสือที่พิมพ์มากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ระบุครั้งที่พิมพ์หนังสือ ถ้าเป็นการพิมพ์ครั้งแรกไม่ต้องลงรายการ หลังครั้งที่พิมพ์ใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
พิมพ์ครั้งที่ 2. ภาษาอังกฤษเขียนดังนี้ 2nd. ed. (ย่อมาจาก second edition)
พิมพ์ครั้งที่ 3. ภาษาอังกฤษเขียนดังนี้ 3rd. ed. (ย่อมาจาก third edition)
พิมพ์ครั้งที่ 4. ภาษาอังกฤษเขียนดังนี้ 4th. ed. (ย่อมาจาก fourth edition)
5.3.4 สถานที่พิมพ์ ให้ระบุชื่อเมืองที่สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์นั้นตั้งอยู่ โดยใช้ชื่อเมืองตามที่ปรากฏในหนังสือเล่มนั้น ๆ ในกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อเมือง ให้ใช้คำว่า “ม.ป.ท.” (มาจากคำว่า ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์) หรือ “n.p.” (มาจากคำว่า no place) ในตำแหน่งของสถานที่พิมพ์หลังสถานที่พิมพ์ใส่เครื่องหมายมหัพภาคคู่ (:) ตัวอย่าง
กรุงเทพฯ:
เชียงใหม่:
London:
5.3.5 สำนักพิมพ์ ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ในกรณีที่มีทั้งสำนักพิมพ์และโรงพิมพ์ให้ใช้ชื่อสำนักพิมพ์ ถ้าไม่มีสำนักพิมพ์จึงระบุชื่อโรงพิมพ์ คำที่เป็นส่วนหนึ่งของสำนักพิมพ์ เช่นห้างหุ้นส่วนจำกัด Incorporation, Inc., Limtied, Ltd. ให้ตัดออก ในกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อสำนักพิมพ์ห้ใช้คำว่า “ม.ป.ท.” สำหรับหนังสือภาษาไทย “n.p.” สำหรับหนังสือภาษาต่างประเทศ (มาจากคำว่า no publishers) ในตำแหน่งของสำนักพิมพ์ และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
ไทยวัฒนาพานิช.
โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
McGraw-Hill.
5.3.6 ปีที่พิมพ์ ภาษาไทยใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องระบุคำว่า พ.ศ. สำหรับภาษาต่างประเทศใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องระบุคำว่า ค.ศ. ในกรณีที่หนังสือไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ ให้ใช้คำว่า “ม.ป.ป.” (มาจากคำว่า ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์) หรือ “n.d.” (มาจากคำว่า no date) และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
2548. 2005.
2550. 2007.
ม.ป.ป. n.d.
5.4 แบบแผนการลงรายการบรรณานุกรมจากทรัพยากรสารนิเทศประเภทต่าง ๆ
5.4.1 หนังสือทั่วไป
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อหนังสือ.//ครั้งที่พิมพ์.//สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
กรมศิลปากร. 2544. ครรภครรลองร้อยกรองไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. 2540. ข้าวไทยไปญี่ปุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2.
กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิง.
บุญเรียง ขจรศิลป์. 2543. วิธีวิจัยทางการศึกษา Educational Research Methodology.
พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปยุตโต). 2545. ภัยแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
วัลลภ สวัสดิวัลลภ, สุเวช ณ หนองคาย, นารีรัตน์ เทียมเมือง, เบญจรัตน์ สีทองสุก, ชัยเลิศ ปริสุทธ-
กุลและอรุณี ทรงพัฒนา. 2544. สารนิเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า. พิมพ์ครั้งที่ 4. นครปฐม: สถาบันราชภัฏนครปฐม.
วิบูลย์ บุญยธรโรกุล และพิชัย ศิริจันทนันทร์. 2540. การวางแผนและออกแบบงานสูบน้ำ. ปทุมธานี: ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย.
อัจฉรา ธารอุไรกุล, ทัดดาว ศิลคุณ และภคณี อุปถัมป์. 2545. ระบบฐานข้อมูลเบื้องต้น.
กรุงเทพฯ: เนติกุลการพิมพ์.
Griffis, F.H. and Farr, John V. 2000. Construction Planning for Engineering. Boston:
McGraw-Hill.
Griswold, Norman E., Neidig, H.A., Spencer, James N. and Stanitski, Conrad L. 2002.
Laboratory Handbook for General Chemistry. Austrailia: Brook.
Mark, James E. 1996. Physical Properties of Polymers Handbook. New York: American
Institute of Physics.
Stanton, Bobby, Zhu, Lin and Atwood, Charles H. 2006. Experiments in General Chemistry Featuring MeasureNet. Southbank: Thomson Brooks.
5.4.2 บทความในหนังสือ
บทความในหนังสือหมายถึง หนังสือเล่มหนึ่งหรือชุดหนึ่ง แบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนหรือบท โดยที่แต่ละบทแจ้งผู้เขียนบทความไว้ชัดเจน กรณีเช่นนี้ถือว่า แต่ละตอนหรือแต่ละบท คือ บทความเรื่องหนึ่งของหนังสือ มีแบบแผนการเขียนบรรณานุกรมแตกต่างจากหนังสือทั่วไปเล็กน้อย มีรายละเอียดของการบันทึกแต่ละรายการ ดังนี้
5.4.2.1 ผู้เขียนบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือ และใส่เครื่องหมายมหัพภาค
5.4.2.2 ชื่อบทความ ให้ใส่ชื่อบทความไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ
5.4.2.3 ชื่อเรื่อง ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อเรื่องของหนังสือ พิมพ์ตัวหนา และใส่เครื่องหมายมหัพภาค
5.4.2.4 เลขหน้า ใส่เลขที่เริ่มต้นถึงเลขหน้าที่สิ้นสุดของบทความนั้น หลังเลขหน้าใส่เครื่องหมายมหัพภาค
5.4.2.5 ชื่อบรรณาธิการ หรือผู้รวบรวม ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้แต่งหนังสือ (ยกเว้น ชื่อผู้แต่งชาวต่างประเทศให้ขึ้นต้นด้วยชื่อตัว ตามด้วยชื่อสกุล)
5.4.2.6 สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ของหนังสือ
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่พิมพ์.//“ชื่อบทความ”/ใน/ชื่อเรื่อง.//เลขหน้า.//ชื่อบรรณาธิการ(ถ้ามี).//สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ดวงใจ กสานติ. 2528. “เพื่อสุขภาพที่ดีในครอบครัว” ใน เรื่องน่ารู้สำหรับประชาชน เล่มที่ 11.
หน้า 130-139. กรุงเทพฯ: ชมรมนักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล.
ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์. ม.ป.ป. “ระบบตลาดเสรีและปัญหาประชาธิปไตย” ใน เปเรสตรอยก้า : จุด เปลี่ยนของเศรษฐกิจการเมืองโซเวียต. หน้า 77-118. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา และ
บุษบา คุณศิรินทร์, บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์-วิชาการ.
Olaisen, Jahan. 1990. “Information Quality Factors and the Cognitive Authority of Electronic Information” In Information Quality: Definitions and Dimensions. pp.91-121.
I Wormell, editor. London: Taylor Graham.
5.4.3 หนังสือแปล
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อหนังสือ//แปลจาก/ชื่อเรื่องเดิม.//โดย/ชื่อผู้แปล(ถ้ามี).//ครั้งที่พิมพ์.// สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
เดวิด, เฟร็ด อาร์. 2546. การบริหารเชิงกลยุทธ์. แปลจาก Strategic Management Concepts. โดย
สาโรจน์ โอพิทักษ์ชีวิน. กรุงเทพฯ: เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า.
เมอร์วิล, ลีโอนาร์ด. 2534. ธรรมชาติบำบัด-ป้องกันรักษาโรคหัวใจ. แปลจาก Preventing Heart Disease. โดย สมพงศ์ สหพงศ์. กรุงเทพฯ: รวมทรรศน์.
โฮเค, เจมส์ เอช. 2533. แก้ปัญหาชีวิตด้วยจิตวิทยา. แปลจาก I Would if I Could I Can โดย พลวัต (นามแฝง). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์-วิชาการ.
5.4.4 บทความในวารสาร
5.4.4.1 ผู้เขียนบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อผู้แต่งหนังสือ
5.4.4.2 ชื่อบทความ ให้ใส่ ชื่อบทความ ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ “_”
5.4.4.3 ชื่อวารสาร ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของวารสาร และใช้อักษรตัวหนา
5.4.4.4 ปีที่หรือเล่มที่ ให้ใส่เฉพาะตัวเลข โดยไม่ต้องมีคำว่าปีที่ หรือเล่มที่
5.4.4.5 ฉบับที่ ให้ใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องมีคำว่าฉบับที่
5.4.4.6 เลขหน้า ให้ใส่เลขหน้า ซึ่งบทความนั้นตีพิมพ์อยู่ว่าเริ่มจากหน้าใดถึงหน้าใด
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่พิมพ์.//“ชื่อบทความ”/ชื่อวารสาร.//ปีที่,/ฉบับที่ (เดือน):/เลขหน้า.
ตัวอย่าง
ปริทรรศน์ พันธบรรยงค์. 2541. “พูดจาประสาช่าง: ลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์” วิศวกรรมสาร. 2,
51 (กุมภาพันธ์): 42-43.
วัฒน์ วรรลยางกูล. 2547. “ชายคลองและท้องทุ่ง: แผ่นดินแห่งสายน้ำ” ชีวจิต. 6, 132 (เมษายน): 82.
Roger, David C. and Goussard, Jean. 1998. “Canal Control Algorithm Currently in Use”
Journal of Irrigation and Drainage Engineering. 124 (January-February): 11-15.
Rhodes, Henlen and Chelin, Jaqueline. 2000. “Web-Based User Education in UK University Libraries- Results of a Survey” Program. 34,1 (January): 59-73.
5.4.5 บทความในหนังสือพิมพ์
การบันทึกรายการสำหรับบทความในหนังสือพิมพ์ ใช้แบบแผนเดียวกับบทความในวารสารแตกต่างกันที่ หนังสือพิมพ์นั้นกำกับเพียง วัน เดือน ปี เท่านั้น
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่พิมพ์.// “ชื่อบทความ”/ชื่อหนังสือพิมพ์.//(วัน/เดือน):/เลขหน้า.
ตัวอย่าง
วิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์. 2541. “บางกอกเกมส์ 41” ไทยโพสท์. (21 ธันวาคม): 11.
วิโรจน์ ธัญญหาญ. 2550. “มือถือปลอดภัยและระวังภัยไวรัส” คมชัดลึก. (15 กรกฎาคม ): 4.
Vasana Chinvarakorn. 2007. “Local History Brought to Life” Bangkok Post. (August 20): 8.
Phatarawadee Phataranawik. 2007. “Being Environmentally Friendly isn’t Just Trend” The Nation. (September 15): 8.
5.4.6 โครงงาน
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อโครงงาน.//โครงงานระดับการศึกษา.//คณะ/มหาวิทยาลัย.
ตัวอย่าง
ฉัตรชัย ธนศรีสุข. 2541. การกำจัดกำมะถันในถ่านโดยการไพโรไลซิสที่อุณหภูมิต่ำ.
โครงงานวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แววตา เตชาทวีวรรณ. 2541. ระบบฐานข้อมูลเพื่อบริการสารสนเทศห้องสมุดเฉพาะ.
โครงงานวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระ-จอมเกล้าลาดกระบัง.
Buppha Devahuti. 1985. Use of Computer in Serials Control in Thai Libraries. Master’s Thesis. Department of Libraries Science Graduate School Chulalongkorn University.
Sklar, E. 2000. CEL: A Framework for Enabling an Internet Leaning Community. Ph.D. Thesis Department of Computer Science Brandeis University.
5.4.7 รายงานการวิจัย
รายงานการวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่เป็นเล่ม มีรูปแบบและส่วนประกอบในการลงรายการดังนี้
ผู้เขียน.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อเรื่องการวิจัย.//หน่วยงานที่รับผิดชอบ.
ตัวอย่าง
บุญอนันต์ พินัยทรัพย์ และพลาพรรณ คำพรรณ์. 2549. โครงการศึกษาชุมชนเข้มแข็งกระบวนการสร้างสรรค์ คืนพลังสู่ชุมชน: หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สุภาพ ณ นคร, มารุต ดำชะอม, นิตยา สุวรรณรัตน์, จุฑารัตน์ บวรสิน, จิรวัฒน์ วีรังกร, ปัญญา เหล่า-อนันต์ธนาและธนรัตน์ สอนสา. 2547. การศึกษาวิเคราะห์รูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Sirirat Muenvanichakul and Peerayuth Charnsethikul. 2542. The Approximated Dynamic Programming Approach to the Dynamic Quadratic Assignment Problem. Department of Industrial Engineering Kasetsart University.
5.4.8 รายงานการประชุมหรือสัมมนาทางวิชาการ
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//“ชื่อบทความในรายงานการประชุม”/ชื่อรายงานการประชุมหรือสัมมนา.//วัน/เดือน/สถานที่ประชุมหรือสัมมนา.
ตัวอย่าง
ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. 2547. “แนวคิดและหลักการพื้นฐานการวิจัยในชั้นเรียน” โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเขียนโครงการวิจัยในชั้นเรียน. 18-19 กุมภาพันธ์. หอประชุม อาคารอำนวยการวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ.
สมชวัล จตุรัฐพล. 2542. “การจัดทำระบบริหารคุณภาพ ISO 9002” เอกสารประกอบการสัมมนา วิชาการ ประจำปี 2542 เรื่องสำนักหอสมุดกลางมุ่งมั่นพัฒนาระบบบริการตามมาตรฐาน ISO
9002. 20 ตุลาคม. สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Rosenbaum, Howard. 1996. “Structure and Action: Towards a New Concept of the Information: Use Environment” Paper Presented in ASIS 1996 Annual Conference Proceeding. October 19-24.
5.4.9 จุลสารและเอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่
ให้ใช้แบบแผนเดียวกับหนังสือ ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.// “ชื่อจุลสาร เอกสาร”/ครั้งที่พิมพ์.//สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา. 2541. “สิทธิบัตร” กรุงเทพฯ: กรมทรัพย์สินทางปัญญา.
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ). ม.ป.ป. “ชีวิตที่ก้าวหน้า: หลักในการสร้างความก้าวหน้าแก่ชีวิต” กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.
อมร รักษาสัตย์. 2539. “การเมือง-การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยสมัยอยุธยารัตนโกสินทร์” กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
5.4.10 สิทธิบัตร
ผู้จดสิทธิบัตร.//ปีที่จดสิทธิบัตร.// “ชื่อสิ่งประดิษฐ์”/ประเทศที่จดสิทธิบัตร.//หมายเลข
ของสิทธิบัตร.//วัน/เดือน.
ตัวอย่าง
ดวงเดือน ห่อไธสง. 2549. “แมงปอ” ประเทศไทย. หมายเลขสิทธิบัตร ค239934. 7 กันยายน.
พรทิชา เพชรรัตน์. 2550. “ผงไอศกรีมผลไม้กึ่งสำเร็จรูปและกรรมวิธีการผลิต” ประเทศไทย. หมายเลขสิทธิบัตร 0701000722. 18 กรกฎาคม.
Sander, J.E. 1994. “Finishing Process in Polymer Continuing: An Active Catalyst
Reduce” U.S.A. Patent No. EP604958. July, 6.
5.4.11 โสตทัศนวัสดุ
ชื่อผู้จัดทำ.//ปีที่ผลิต.//ชื่อเรื่อง. //(ประเภทของวัสดุ)/สถานที่ผลิต:/ผู้ผลิต.
ตัวอย่าง
การเลี้ยงไก่. 2525. (วีดิทัศน์) กรุงเทพฯ: เจริญโภคภัณฑ์.
อรชุมา ฟองวัฒนากุล. 2548. โยคะลีลา. (วีดิทัศน์) กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
The Middle East. n.d. (Map) New York: Geographic Map.
The DNA Story. 1990. (Videotape) London: VSM Production.
5.4.12 ข้อมูล/สารนิเทศอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต
5.4.12.1 ผู้เขียนบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อผู้แต่งหนังสือ
5.4.12.2 ชื่อบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อบทความวารสาร
5.4.12.3 ประเภทของสื่อที่เข้าถึง ใช้ [ออนไลน์] หรือ [online]
5.4.12.4 เข้าถึงได้จาก : ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า Available:
5.4.12.5 แหล่งข้อมูล / สารนิเทศ ให้ระบุวิธีที่ใช้ในการสืบค้นหา เช่น โพรโทคอล (Telnet, FTP,WWW) ตลอดจน Directory และ File ต่างๆ แล้วแต่กรณี
5.4.12.6 ปีที่เผยแพร่ ใช้ตามที่ปรากฏ ถ้าไม่ปรากฏให้ใช้ “ม.ป.ป.” หรือ “n.d.”
5.4.12.7 วัน เดือน ปีที่สืบค้น ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่สืบค้นภาษาไทย ให้ใช้คำว่า วัน เดือน ปี ภาษาต่างประเทศให้ใช้คำว่า Retrieved เดือน วัน, ปี
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่เผยแพร่.//“ชื่อบทความ”/[ออนไลน์]/เข้าถึงได้จาก:/แหล่งข้อมูล.//
(วันที่สืบค้น/วัน/เดือน/ ปี)
ตัวอย่าง
กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ สำนักเจรจาการค้าพหุภาคี. 2545. “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: http://www.moc.go.th/thai/dbe/ecoco/e-om3.htm.%20(วันที่สืบค้น%203%20กรกฎาคม%202545)
“ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และกฎหมายลิขสิทธิ์” ม.ป.ป. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: http://Oho.ipst.ac.th/
Copyright/copyright.htm. (วันที่สืบค้น 3 กรกฎาคม 2545)
“Knowledge Management” n.d. [online] Available: http://www.bprc.warwick.ac.uk/Kmweb
Html. (Retrieved July 3, 2002)
“ELVIS” 2000. [online] Available: http://www.senecac.on.ca/. (Retrieved April 20, 2003)
คง. 02
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
การสอบ..................................................... วิชา .....................................
เรื่อง ………………………………………………………………………………………………………..…….
……………………………………………………………………………………………………………………
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
คำร้องขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
สวท. -
วันที่……… เดือน ................................พ.ศ. 25 ……..…...
ชื่อ (นาย,นาง,นางสาว) ............................................................................... รหัสประจําตัว …………………………..…………..
นักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีชั้นปีที่ ......................... r ภาคปกติ r ภาคพิเศษ r ภาคสมทบ
สาขาวิชา ………………………........…… ภาควิชา …………………………........…… คณะ …………………………........…
จัดทําโครงงานเรื่อง
(ภาษาไทย) ………………………………………………………………….....………………………………..…………….…...
(ภาษาอังกฤษ) …………………………………………………………………………………………………..………………...
มีความประสงค์ขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ซึ่งเป็นการ ¦ แต่งตั้งใหม่ ¦ แต่งตั้งเพิ่ม ¦ แต่งตั้งแทนอาจารย์ชุดเก่าที่ขอยกเลิก
ดังรายนามต่อไปนี้
ชื่อ-สกุลอาจารย์ พร้อมตำแหน่งวิชาการ รหัสอาจารย์ ลงนาม วัน/เดือน/ปี
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
อาจารย์ที่ปรึกษาชุดเดิมลงนามรับทราบ
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
ลายมือชื่อนักศึกษา........................................................................................ .........../.............../............
ความเห็นของหัวหน้าภาควิชา / หัวหน้าสาขาวิชา ความเห็นของคณบดี
ได้พิจารณาคุณสมบัติแล้ว
¦ เห็นสมควรอนุมัติ ¦ อนุมัติ
¦ อื่นๆ ...................................................................... ¦ อื่นๆ ..........................................................................
ลงนาม ......................................................................... ลงนาม ..............................................................................
(...............................................................) (....................................................................)
........./.............../............ ........./.............../............ดย …………………………………………………………… รหัสประจําตัว ...............................................
สาขาวิชา ........................................................................... คณะ .....................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน 1. ..................................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) 2. .................................................................................................
คณะกรรมการสอบ
1. ............................................................................................................................. ประธาน
2. ............................................................................................................................. กรรมการ
3. ............................................................................................................................. กรรมการ
4. ............................................................................................................................. กรรมการ
5. ............................................................................................................................. กรรมการ
บทคัดย่อ ………………………………………………………………………………………........................…
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
วัน เวลา ………………………………………………………………………………………………..…………
สถานที่ ………………………………………………………………………………………………..………….
*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังได้ตามวัน เวลา ดังกล่าว*
ภาคผนวก ก
ตัวอย่างปกนอก
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
1.5 นิ้ว
ระยะห่าง 1 นิ้ว
ความกว้าง 1.2 นิ้ว
ความสูง 2 นิ้ว
ชื่อเรื่อง..............................................................................................................
...................................................................................................
.......................................................................
ชื่อผู้เขียน.................................................
โครงงานเสนอต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษา
สาขาวิชา.................................................
1.5 นิ้วปีการศึกษา 25…….
ตัวอย่างปกนอก
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
1.5 นิ้ว
ระยะห่าง 1 นิ้ว
ความกว้าง 1.2 นิ้ว
ความสูง 2 นิ้ว
Title.................................................................................................................
..............................................................................................
....................................................................
Author.................................................
A PROJECT PRESENTED TO
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY KRUNGTHEP
IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMETNS
FOR THE ……………………………….
1.5 นิ้ว
2 นิ้ว
ตัวอย่างปกใน
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ชื่อเรื่อง..............................................................................................................
...................................................................................................
.......................................................................
ชื่อผู้เขียน.................................................
โครงงานเสนอต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษา
สาขาวิชา……………………………..
ปีการศึกษา 25……..
1.5 นิ้ว
2 นิ้ว
ตัวอย่างปกใน
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
Title.................................................................................................................
..............................................................................................
....................................................................
Author.................................................
A PROJECT PRESENTED TO RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY KRUNGTHEP IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMETNS
FOR THE ……………………………….
1.5 นิ้ว
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าอนุมัติ
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ชื่อเรื่อง ............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
ชื่อผู้เขียน ............................................................................................................................
สาขาวิชาและคณะ ............................................................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา ..............................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) .............................................................................
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพอนุมัติให้โครงงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษา
…………………………………คณบดีคณะ..............................................
(...........................................)
คณะกรรมการสอบโครงงาน
…………………………………………….……………ประธานกรรมการ
( …………………………………..)
…………………………………………….……………กรรมการ
( …………………………………..)
…………………………………………….……………กรรมการ
( …………………………………..)
…………………………………………….……………กรรมการ
( …………………………………..)
1 นิ้ว
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าอนุมัติ
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
Title...........................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
Student’s Name ............................................................................................................................
............................................................................................................................
Major / Faculty ............................................................................................................................
Adviser Project
Adviser ............................................................................................................
Co-Adviser (is have) .........................................................................................
Rajamangala University of Technology Krungthep approved this Project as a artial fulfillment of the requirement for the master degree ........................................................
……………………………………………Dean of ……………………….......
(……………..……………………….)
Examination Committee
……………………………………………….……………Chairperson
(……………………………………………….)
……………………………………………….……………Comitt
(……………………………………………..)
……………………………………………….……………Comitt
(……………………………………………..)
……………………………………………….……………Comitt
1 นิ้ว (……………………………………………..)
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าบทคัดย่อ
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง .........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ชื่อผู้เขียน .........................................................................................................................
ชื่อปริญญา .........................................................................................................................
สาขาวิชา .........................................................................................................................
ปีการศึกษา .........................................................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา ..............................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) .............................................................................
ข้อความ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
1 นิ้ว…………………………………………………………………………………..…………………
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าบทคัดย่อ
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ABSTRACT
Title .........................................................................................................................
.........................................................................................................................
Student’s Name .........................................................................................................................
Degree Sought .........................................................................................................................
Major / Faculty .........................................................................................................................
Academic Year .........................................................................................................................
Adviser Project
Adviser ..........................................................................................................
Co-Adviser (is have) .......................................................................................
Text………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
1 นิ้ว…………………………………………………………………………………..…………………
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างสารบัญสารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ
ค
กิตติกรรมประกาศ
ง
สารบัญ
จ
สารบัญตาราง
ช
สารบัญภาพ
ซ
บทที่ 1 บทนำ
1
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
1
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
4
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
45
วิธีการและอุปกรณ์
45
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
46
(ขึ้นหน้าใหม่)
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในโครงงาน
ภาคผนวก ข รายนามผู้เชี่ยวชาญ
ตัวอย่างสารบัญตาราง
และสารบัญภาพ
1.5 นิ้วสารบัญตาราง
ตารางที่
หน้า
1.1
สถิติประชาชนผู้มารับบริการ
8
1.2
จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง
18
(ขึ้นหน้าใหม่)
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางผนวกที่
หน้า
1.1
ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบ
(ขึ้นหน้าใหม่)
สารบัญภาพ
ภาพที่
หน้า
1.1
กรอบแนวคิดในการวิจัย
ตัวอย่างภาพและตาราง
ภาพที่ 1.1 การบรรยาย ………..………………………………………..
……………………และการอธิบายประกอบ
ที่มา: พรรณี ดารา, 2539: 10
ตารางที่ 3.1 จำนวนประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ที่
ชื่อตำบล
ประชากร
กลุ่มตัวอย่าง
1.
อำเภอเมืองราชบุรี
194,842
128
2.
½ Pt
1 ½ Ptอำเภอบ้านโป่ง
166,616
109
3.
อำเภอโพธาราม
134,812
89
4.
อำเภอดำเนินสะดวก
99,950
66
5.
อำเภอวัดเพลง
12,245
8
รวม
608,465
400
ตารางที่ 4.2 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน
(n = 97)
ข้อมูลพื้นฐาน
จำนวน (คน)
ร้อยละ
เพศ
หญิง
43
44.8
ชาย
53
55.2
ตัวอย่างตารางต่อตารางที่ 4.2 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน (ต่อ)
(n = 97)
ข้อมูลพื้นฐาน
จำนวน (คน)
ร้อยละ
อายุ (ปี)
21 – 30 ปี
7
7.2
31 – 40 ปี
30
30.9
41 – 50 ปี
32
33.0
51 – 60 ปี
23
23.7
อายุมากกว่า 60 ปี
5
5.2
= 44.35 S.D. = 9.404
Min = 29 Max = 68
ตารางที่ 4.12 จำนวนกลุ่มตัวอย่างต่อเจตคติเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
(n = 320)
ความคิดเห็น (คน)
เจตคติเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เห็นด้วย
ไม่แน่ใจ
ไม่เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
S.D.
1.
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศมีส่วนในการฟื้นฟูทรัพยากร
121
154
39
6
0
4.22
0.727
ธรรมชาติเพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดีขึ้น
2.
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้การท่องเที่ยวเท่านั้น
19
57
61
145
38
3.39
1.092
ไม่สามารถช่วยอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้
รวม
4.01
0.376
ตัวอย่างสันปกโครงงาน
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ภาคผนวก ข
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
สวท 1-23
คำร้องขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
วันที่……… เดือน ...........................พ.ศ. 25 ………..
ชื่อ (นาย,นาง,นางสาว) ............................................................................................. รหัสประจําตัว ……………………………..
นักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีชั้นปีที่ ......................... r ภาคปกติ r ภาคพิเศษ r ภาคสมทบ
สาขาวิชา ………………………........…… ภาควิชา …………………………........…… คณะ ………………………….........
จัดทําโครงงานเรื่อง
(ภาษาไทย) ………………………………………………………………….....………………………………..…………….…...
(ภาษาอังกฤษ) …………………………………………………………………………………………………..………………...
มีความประสงค์ขออนุมัติแต์งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ซึ่งเป็นการ ¦ แต่งตั้งใหม่ ¦ แต่งตั้งเพิ่ม ¦ แต่งตั้งแทนอาจารย์ชุดเก่าที่ขอยกเลิก
ดังรายนามต่อไปนี้
ชื่อ-สกุลอาจารย์ พร้อมตำแหน่งวิชาการ รหัสอาจารย์ ลงนาม วัน/เดือน/ปี
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
อาจารย์ที่ปรึกษาชุดเดิมลงนามรับทราบ
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
ลายมือชื่อนักศึกษา.............................................................................. .........../.............../............
ความเห็นของหัวหน้าภาควิชา / หัวหน้าสาขาวิชา ความเห็นของคณบดี
ได้พิจารณาคุณสมบัติแล้ว
¦ เห็นสมควรอนุมัติ ¦ อนุมัติ
¦ อื่นๆ .............................................................................. ¦ อื่นๆ ..........................................................................
ลงนาม ................................................................................. ลงนาม ..............................................................................
(....................................................................) (....................................................................)
........./.............../............ ........./.............../............
การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ระบบนาม-ปี เป็นการเขียนแหล่งอ้างอิงไว้ในวงเล็บ เพื่อบอกที่มาของข้อความที่ยกมา ทั้งนี้อาจจะอยู่ต้นข้อความ ตอนกลางข้อความ หรือตอนท้ายของข้อความก็ได้
ปัจจุบันเป็นวิธีการอ้างอิง ที่ได้รับความนิยมมาก เพราะง่ายต่อการเขียน สะดวก และประหยัดเนื้อที่ในการพิมพ์ แต่ข้อเสียก็คือ ผู้อ่านอาจเกิดความรำคาญที่ต้องสะดุดเป็นช่วง ๆ เนื่องจากมีวงเล็บแทรกเป็นระยะ ๆ และผู้อ่านไม่สามารถ ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารอ้างอิงในทันทีได้ ต้องใช้ชื่อผู้แต่งที่ระบุในวงเล็บ เป็นเครื่องชี้นำ ไปยังบรรณานุกรมซึ่งอยู่ท้ายเล่ม
4.3.1 แบบแผนการอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ระบบนาม-ปี
4.3.1.1 การอ้างอิงโดยเน้นเนื้อหาสาระขึ้นต้นก่อน รายการอ้างอิงทั้งหมดจะอยู่ในวงเล็บ และเขียนต่อจากข้อความ
รัฐบาลควรจะถือเรื่องเป็นธรรมทางสังคมเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ รัฐบาลควรสนับสนุน การเคลื่อนไหวทางวิชาการ และกระบวนการทางสังคม เพื่อความเป็นธรรมทางสังคม การปฏิรูปการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน เป็นหัวใจของความเป็นธรรมทางสังคม (ประเวศ วะสี. 2547: 187)
4.3.1.2 การอ้างอิงโดยเน้นนามเจ้าของเอกสารก่อนข้อความที่จะอ้างอิงนิยมใส่รายการอ้างอิงหลังนามเจ้าของเอกสาร โดยไม่ต้องใส่ชื่อผู้แต่งซ้ำ
ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ (2547: 39) กล่าวว่า คนไทยส่วนมากชอบประจบผู้มีอำนาจ คือ ผู้นำของตน คนไทยจึงเป็นผู้ที่มีความสามารถในการทำลายผู้นำของตน...
... เช่นเดียวกับที่ Volter (1988: 65 ) กล่าวว่า พระมหากษัตริย์ไทยในอดีตคงต้องทรงโดดเดี่ยวจนน่าสงสาร ก็เพราะไม่มีใครกล้ากราบบังคมทูลความจริงอันใดที่จะทำให้พระองค์ไม่พอพระทัย
4.3.1.3 กรณีที่จำเป็นต้องอ้างอิงเอกสารหลายรายการพร้อมกัน ผู้เขียนสามารถอ้างอิงไว้ในวงเล็บเดียวกันได้โดยมีเครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหว่างเอกสารอ้างอิง แต่ละรายการโดยเรียงลำดับตามปีที่พิมพ์
ทรัพยากรที่นักธุรกิจแต่ละคนใช้วิ่งเต้นเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจผูกขาด มิได้มีผลประโยชน์อื่นใดต่อสังคม เพราะนอกจากจะไม่ได้ก่อให้เกิดการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นแล้ว ยังก่อให้เกิดการคอร์รัปชั่น ความสูญเสียดังกล่าวนี้ จึงมีขนาดใหญ่กว่าความสูญเปล่าของทรัพยากร (Tullock. 1967: 230; Bhagwati. 1987: 999; นิพนธ์ พัวพงศกร. 2547: 93)
4.3.1.4 การอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิและตติยภูมิ ในบางครั้งที่ผู้เขียนโครงงาน ไม่สามารถ หาแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ มาอ้างอิงได้ ให้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ หรือแหล่งข้อมูล ตติยภูมิ มีวิธีการอ้างอิง ดังนี้
1) ใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิเป็นหลัก
ให้ขึ้นต้นด้วยรายการอ้างอิงของแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ตามด้วยคำว่า “อ้างถึงใน” สำหรับการอ้างอิงภาษาไทย หรือคำว่า “quoted in” หรือ “quoted by” สำหรับการอ้างอิงภาษาอังกฤษ และตามด้วยรายการอ้างอิงของแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ
การศึกษาของทีดีอาร์ไอ รายงานว่า ราคาการใช้โทรศัพท์ประเภทต่าง ๆ ราคาเครื่องโทรศัพท์มือถือ และค่าวงจรอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยแพงกว่าของประเทศเพื่อนบ้าน(สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และธราธร รัตนนฤมิตร. 2545: 114 อ้างถึงใน นิพนธ์ พัวพงศกร. 2547:93)
2) ใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิเป็นหลัก
ให้ขึ้นต้นด้วยรายการอ้างอิงของแหล่ง ข้อมูลทุติยภูมิ ตามด้วยคำว่า “อ้างจาก” สำหรับการอ้างอิงภาษาไทย หรือคำว่า “citing” หรือ “quoting” สำหรับการอ้างอิงภาษาอังกฤษ และตามด้วยรายการอ้างอิงของแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ
อนึ่ง การอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลตติยภูมิเป็นหลัก ก็ให้ใช้หลักการเดียวกันนี้ โดยใช้แหล่งข้อมูลทุติยภูมิแทนในตำแหน่งของแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
การศึกษาของทีดีอาร์ไอ รายงานว่า ...(นิพนธ์ พัวพงศกร. 2547: 93 อ้างจาก สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ และธราธร รัตนนฤมิตร. 2545: 114)
4.3.2 หลักเกณฑ์การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา
4.3.2.1 ผู้แต่งคนเดียว
1) ถ้าผู้แต่งเป็นชาวไทย ให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุล ทั้งเอกสารที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ
(เกษมชาติ ทองชา. 2540: 210)
(Pornchai Suchitta. 1983: 34)
2) ถ้าผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศให้ระบุเฉพาะชื่อสกุลของผู้แต่ง (Watson. 2001: 155)
4.3.2.2 ผู้แต่ง 2 คน
ถ้าผู้แต่งเป็นชาวไทยให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุลของผู้แต่งทั้ง 2 คน โดยใช้คำว่า “และ” เชื่อม สำหรับผู้แต่งชาวต่างประเทศให้ลงชื่อสกุลของผู้แต่งทั้ง 2 คน โดยใช้คำว่า “and” เชื่อม
(วิศิษฎ์ จาตุรมาน และขวัญชัย สินทิพย์สมบูรณ์. 2538: 33)
(William and Grossa. 1996: 25)
4.3.2.3 ผู้แต่ง 3 คน
ถ้าผู้แต่งเป็นชาวไทย ให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุลของผู้แต่งทั้ง 3 คน ใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างผู้แต่งคนแรกและคนที่ 2 เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้วต่อด้วยผู้แต่งคนที่ 3 ถ้าผู้แต่งเป็นชาวต่างประเทศให้ระบุเฉพาะชื่อสกุลของผู้แต่งทั้ง 3 คน ใช้เครื่องหมายจุลภาคคั่นระหว่างคนที่ 1 และคนที่ 2 จากนั้นใช้คำว่า “and” เชื่อมแล้วต่อด้วยนามสกุลคนที่ 3
(สหชัย นทีปการ, ธนาพงษ์ วิทิตศานต์ และเจริญชัย บำรุงวัด. 2544: 45)
(Pozar, Freeman and Sedra . 1998: 154)
4.3.2.4 ผู้แต่งมากกว่า 3 คน
สำหรับเอกสารภาษาไทย ให้ระบุทั้งชื่อและนามสกุลของผู้แต่งคนแรก ตามด้วย “และคณะ” ส่วนเอกสารภาษาต่างประเทศให้ระบุเฉพาะชื่อสกุลของผู้แต่งคนแรก ตามด้วย “et al.”
(กอบแก้ว โชติกุญชร และคณะ. 2544: 89)
(Kasabian et al. 2001: 25)
4.3.2.5 ผู้แต่งคนไทยที่มีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ และสมณศักดิ์ ให้ลงคำนำหน้า พระนาม บรรดาศักดิ์ และสมณศักดิ์ ไว้หน้าชื่อด้วย
(ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล. 2533: 55)
(พระยาอุปกิตศิลปสาร. 2525: 28)
(พระราชธรรมนิเทศ. 2531: 333)
4.3.2.6 ผู้แต่งที่มียศ ตำแหน่ง ผู้แต่งที่มียศทางทหาร ตำรวจ นายแพทย์ อาจารย์ หรือมีตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไม่ต้องใส่ยศหรือตำแหน่ง
(พวา พันธุ์เมฆา. 2542: 11)
(ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์. 2535: 72)
4.3.2.7 ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง ให้ลงชื่อนามแฝงนั้น
(ว.วชิรเมธี. 2547: 25)
(Twain. 1962: 19)
4.3.2.8 ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน หมายถึง หน่วยงานหรือกลุ่มบุคคล ที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ได้แก่ หน่วยงานของรัฐบาล สถาบัน รัฐวิสาหกิจ สมาคม มูลนิธิ เป็นต้น ให้ลงชื่อสถาบันนั้นๆ จากหน่วยงานใหญ่ไปหาหน่วยงานย่อย
(มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์. 2548: 140)
(ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. 2544: 5)
(ราชบัณฑิตยสถาน. 2549 : 30)
(United Nations. 1989: 7)
4.3.2.9 ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ให้ลงชื่อเรื่องแทนในตำแหน่งของผู้แต่ง
(100 ปี กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตธุรกิจไทย. 2534: 144 )
(Organization for Economic Co-operation and Development. 1996: 53)
4.3.2.10 ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง แต่มีผู้ทำหน้าที่บรรณาธิการ ผู้รวบรวม ให้ใส่ชื่อบรรณาธิการหรือผู้รวบรวม
(พิมลอร อมรแจ่ม, ผู้รวบรวม. 2543: 237)
(Fluka, ed. 1988: 978)
4.3.2.11 หนังสือแปล
1) ถ้าทราบชื่อผู้แต่งเดิม ให้ใส่ชื่อผู้แต่งเดิม
(สปีเกล. 2541: 15)
2) ถ้าไม่ทราบชื่อผู้แต่งเดิมให้ใส่ชื่อผู้แปล
(สมพร สูตินันท์โอภาส, ผู้แปล. 2541: 35)
4.3.2.12 การอ้างเอกสารหลายเรื่อง โดยผู้เต่งหลายคนพร้อมกัน ให้เรียงตามลำดับ ปีที่พิมพ์จากเลขน้อยไปหาเลขมาก โดยคั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (; )
(ศิรินาถ ทับแสง. 2535: 36; วิจารณ์ พานิช. 2539: 96; วิจิตร ศรีสอ้าน. 2546: 5)
(Wilkerson. 1998: 1; Todaro. 2000: 2; Barger. 2002: 1)
4.3.2.13 การอ้างอิงเอกสารพิเศษหรือสื่อลักษณะอื่น เช่น รายการวิทยุ โทรทัศน์ ปาฐกถา วีดิทัศน์ สไลด์ ต้นฉบับตัวเขียน จดหมาย สัมภาษณ์ เป็นต้น ให้ระบุลักษณะของเอกสารพิเศษนั้น ๆ
(อานันท์ ปัณยารชุน. 2545: แถบบันทึกเสียง)
(สุรยุทธ์ จุลานนท์. 2550: สัมภาษณ์)
(สนธิ ลิ้มทองกุล. 2550: ออนไลน์)
(Rowling. 2007: online)
หมายเหตุ เอกสารทุกรายการที่มีการอ้างอิงแทรกในเนื้อหา ต้องปรากฎในบรรณานุกรมท้ายเล่มทุกรายการเช่นเดียวกัน (ตามหลักการเขียนบรรณานุกรม)
บทที่ 5
บรรณานุกรม
การเขียนบรรณานุกรม มีแบบแผนและหลักเกณฑ์ในการบันทึกรายการแบ่งได้ตามประเภทของทรัพยากรสารนิเทศดังนี้ หนังสือ บทความวิชาการ รายงานการวิจัย โครงงาน จุลสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่นำมาประกอบการเรียบเรียง โดยในส่วนนี้แสดงถึง ชื่อผู้เขียน ปีที่พิมพ์ ชื่อเอกสาร สถานที่พิมพ์ และสำนักพิมพ์ เป็นต้น
5.1 ความหมายของบรรณานุกรม
บรรณานุกรม หมายถึง รายการทรัพยากรสารนิเทศที่ใช้ค้นคว้าหาข้อมูลและอ้างอิงในการเขียนโครงงาน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้ศึกษาค้นคว้ามาจากตำราที่เชื่อถือได้และเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่ต้องการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม
5.2 หลักการเขียนบรรณานุกรม
5.2.1 การพิมพ์คำว่าบรรณานุกรม ให้ใช้ขนาดตัวอักษร 18 พอยต์ ตัวหนา
5.2.2 การพิมพ์บรรณานุกรมให้อยู่ต่อจากส่วนเนื้อหาและอยู่ก่อนภาคผนวก ให้พิมพ์คำว่า “บรรณานุกรม” หรือ “BIBLIOGRAPHY” ไว้กลางหน้ากระดาษตอนบนสุด ห่างจากริมกระดาษด้านบน ประมาณ 1.5 นิ้ว และให้เว้นห่างจากชื่อบรรณานุกรม 1 บรรทัด จึงเริ่มพิมพ์รายชื่อของเอกสารที่ใช้ประกอบในบรรทัดแรก
5.2.3 การเรียงลำดับรายการบรรณานุกรม ให้เรียงลำดับข้อความแรกในแต่ละบรรทัดตามพจนานุกรม คือ เรียงตามอักษร ก – ฮ และ A – Z และเรียงบรรณานุกรมที่เป็นภาษาไทย ก่อนบรรณานุกรมภาษาอังกฤษ
5.2.4 ไม่ใส่เลขลำดับที่ 1, 2, 3… กำกับหน้ารายการบรรณานุกรม
5.2.5 หนังสือที่ใช้ในการอ้างอิง ถ้ามีการจัดพิมพ์หลายๆ ครั้งควรเลือกเล่มที่จัดพิมพ์ครั้งใหม่ที่สุด
5.2.6 ในการพิมพ์บรรณานุกรมภาษาอังกฤษ อักษรตัวแรกของแต่ละคำของชื่อเรื่อง (Title) ต้องขึ้นต้นตัวใหญ่เสมอ ยกเว้นบุพบทและสันธานเช่นคำว่า in, on, for และ and เป็นต้น
5.2.7 ระยะการเขียนบรรณานุกรม แต่ละรายการของทรัพยากรสารนิเทศบรรทัดแรก ต้องเขียน ชิดซ้าย ถ้าเขียนบรรทัดเดียวไม่พอ ต่อบรรทัดที่ 2 , 3 ... ต้องเว้นในระยะ 1 แท็ป
5.2.8 การเว้นระยะเครื่องหมายวรรคตอน ของรูปแบบการเขียนบรรณานุกรมแต่ละทรัพยากรสารนิเทศ มีดังนี้ หลังเครื่องหมายมหัพภาค (.) ให้เว้นไว้ 2 ตัวอักษร หลังเครื่องหมาย มหัพภาคคู่ (:) จุลภาค (,) อัญประกาศ (“ ”) ให้เว้นไว้ 1 ตัวอักษร
5.3 หลักการลงส่วนต่างๆ ในบรรณานุกรม
5.3.1 ผู้แต่ง ผู้เขียนบทความ ผู้รับผิดชอบ ผู้ผลิต
5.3.1.1 หนังสือที่มีผู้แต่งคนเดียว ชื่อผู้แต่งให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของหนังสือ สำหรับผู้แต่งที่เป็นคนไทย ให้ใช้ชื่อ นามสกุล สำหรับผู้แต่งชาวต่างประเทศ ให้ใช้ชื่อสกุลขึ้นต้น แล้วตามด้วยชื่อต้น ชื่อกลาง หลังนามสกุลให้คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ทั้ง 2 กรณีไม่ต้องใส่คำนำหน้านามหรือวุฒิการศึกษา นายแพทย์ ดอกเตอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ยศทหารและตำรวจ ตัวอย่าง
พวา พันธุ์เมฆา.
น้ำทิพย์ วิภาวิน.
Bangs, David B.
5.3.1.2 หนังสือที่มีผู้แต่ง 2 คน ให้ใส่ชื่อผู้แต่งที่ระบุเป็นคนแรกไว้ก่อน เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้ว จึงใส่ชื่อผู้แต่งคนที่ 2 สำหรับหนังสือภาษาต่างประเทศ ให้เชื่อมด้วยคำว่า “and” แล้วจึงลงรายการผู้แต่งคนที่ 2 ตัวอย่าง
พันจันทร์ ธนวัฒนาเสถียร และกรภัทร สุทธิดารา.
สายทอง มโนมัยอุดม และลัดดา รุ่งวิสัย.
Kennedy, John F. and Molen, Gerald R.
5.3.1.3 หนังสือที่มีผู้แต่ง 3 คน ผู้แต่งชาวไทยลงชื่อ นามสกุล ผู้แต่งคนที่ 1 คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ลงชื่อ นามสกุลคนที่ 2 เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้วจึงลงชื่อ นามสกุลคนที่ 3 สำหรับชาวต่างประเทศ ให้ลงคนที่ 1 คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ผู้แต่งคนที่ 2 เชื่อมด้วยคำว่า “and” ลงผู้แต่งคนที่ 3 ตัวอย่าง
นงคราญ วรวรรณ, สุดารัตน์ ขจรวงศ์ และพรนภา รัศมีจันทร์.
สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง, วิมล ศิริไพบูลย์ และสุกัญญา ชลศึกษ์.
Turban, Efraim, McLean, Ephraim R. and Wetherbe, James C.
5.3.1.4 หนังสือที่มีผู้แต่งมากกว่า 3 คนขึ้นไป ให้ลงชื่อผู้แต่งทุกคน ผู้แต่งชาวไทยลงชื่อ นามสกุล ผู้แต่งคนที่ 1 คั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ลงชื่อ นามสกุลคนที่ 2,3,4... เชื่อมด้วยคำว่า “และ” แล้วจึงลงชื่อ นามสกุลคนสุดท้าย สำหรับชาวต่างประเทศลงผู้แต่งคนที่ 1 แล้วคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , ) ลงนามสกุล ชื่อต้น ชื่อกลาง คนที่ 2,3,4... เชื่อมด้วยคำว่า “and” แล้วจึงลง นามสกุล ชื่อต้น ชื่อกลาง คนสุดท้าย
วัลลภ สวัสดิวัลลภ, สุเวช ณ หนองคาย, นารีรัตน์ เทียมเมือง, เบญจ- รัตน์ สีทองสุก, ชัยเลิศ ปริสุทธกุล และอรุณี ทรงพัฒนา.
Griswold, Norman E., Neidig, H.A., Spencer, James N. and Stanitski, Conrad L.
5.3.1.5 ผู้แต่งที่มีฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ และสตรีที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูง ให้ลงคำเหล่านั้นไว้หลังชื่อสกุล โดยใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่น ตัวอย่าง
เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ.
อนุมานราชธน, พระยา.
รังสิมา หวั่งหลี, คุณหญิง.
5.3.1.6 ผู้แต่งที่มีสมณศักดิ์ ให้ใช้ตามสมณศักดิ์ที่ได้รับ และใส่ชื่อเดิมไว้ในวงเล็บ และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน.
พุทธทาสภิกขุ.
พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ)
5.3.1.7 ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง ถ้าทราบนามจริงให้ลงชื่อนามแฝง แล้ววงเล็บนามจริงต่อท้าย ถ้าไม่ทราบนามจริงให้ลงนามแฝง แล้ววงเล็บคำว่า “นามแฝง” สำหรับชาวต่างประเทศ วงเล็บคำว่า “pseud” และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
พนมเทียน (นามแฝง).
ทมยันตี (วิมล ศิริไพบูลย์).
Wow (pseud).
5.3.1.8 ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน ได้แก่ หน่วยราชการ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ สมาคม ธนาคาร องค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น ให้ลงชื่อสถาบันนั้นๆ ในรายการผู้แต่ง จากหน่วยงานใหญ่ไปหน่วยงานย่อย โดยเว้นวรรคระหว่างหน่วยงานใหญ่ และหน่วยงานย่อย ตัวอย่าง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอักษรศาสตร์.
กรมประชาสัมพันธ์.
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
5.3.1.9 หนังสือที่ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ให้ลงรายการชื่อเรื่อง หรือชื่อบทความที่ปรากฏในหน้าปกในแทนรายการผู้แต่ง
สารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า.
“ชายคลองและท้องทุ่ง: แผ่นดินแห่งสายน้ำ”
World Wide Web Secrets.
“Canal Control Algorithm Currently in Use”
5.3.2 ชื่อหนังสือ ชื่อวารสาร ชื่อหนังสือพิมพ์ ชื่อรายการ ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ชื่อเรื่องภาษาต่างประเทศจะใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นทุกคำ ทั้งชื่อเรื่องและชื่อรอง โดยใช้อักษรตัวหนา และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
สารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า.
องค์การกับการสื่อสาร.
World Wide Web Secrets.
5.3.3 ครั้งที่พิมพ์ หนังสือที่พิมพ์มากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ระบุครั้งที่พิมพ์หนังสือ ถ้าเป็นการพิมพ์ครั้งแรกไม่ต้องลงรายการ หลังครั้งที่พิมพ์ใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
พิมพ์ครั้งที่ 2. ภาษาอังกฤษเขียนดังนี้ 2nd. ed. (ย่อมาจาก second edition)
พิมพ์ครั้งที่ 3. ภาษาอังกฤษเขียนดังนี้ 3rd. ed. (ย่อมาจาก third edition)
พิมพ์ครั้งที่ 4. ภาษาอังกฤษเขียนดังนี้ 4th. ed. (ย่อมาจาก fourth edition)
5.3.4 สถานที่พิมพ์ ให้ระบุชื่อเมืองที่สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์นั้นตั้งอยู่ โดยใช้ชื่อเมืองตามที่ปรากฏในหนังสือเล่มนั้น ๆ ในกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อเมือง ให้ใช้คำว่า “ม.ป.ท.” (มาจากคำว่า ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์) หรือ “n.p.” (มาจากคำว่า no place) ในตำแหน่งของสถานที่พิมพ์หลังสถานที่พิมพ์ใส่เครื่องหมายมหัพภาคคู่ (:) ตัวอย่าง
กรุงเทพฯ:
เชียงใหม่:
London:
5.3.5 สำนักพิมพ์ ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ในกรณีที่มีทั้งสำนักพิมพ์และโรงพิมพ์ให้ใช้ชื่อสำนักพิมพ์ ถ้าไม่มีสำนักพิมพ์จึงระบุชื่อโรงพิมพ์ คำที่เป็นส่วนหนึ่งของสำนักพิมพ์ เช่นห้างหุ้นส่วนจำกัด Incorporation, Inc., Limtied, Ltd. ให้ตัดออก ในกรณีที่ไม่ปรากฏชื่อสำนักพิมพ์ห้ใช้คำว่า “ม.ป.ท.” สำหรับหนังสือภาษาไทย “n.p.” สำหรับหนังสือภาษาต่างประเทศ (มาจากคำว่า no publishers) ในตำแหน่งของสำนักพิมพ์ และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
ไทยวัฒนาพานิช.
โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
McGraw-Hill.
5.3.6 ปีที่พิมพ์ ภาษาไทยใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องระบุคำว่า พ.ศ. สำหรับภาษาต่างประเทศใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องระบุคำว่า ค.ศ. ในกรณีที่หนังสือไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ ให้ใช้คำว่า “ม.ป.ป.” (มาจากคำว่า ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์) หรือ “n.d.” (มาจากคำว่า no date) และใส่เครื่องหมายมหัพภาค (.) ตัวอย่าง
2548. 2005.
2550. 2007.
ม.ป.ป. n.d.
5.4 แบบแผนการลงรายการบรรณานุกรมจากทรัพยากรสารนิเทศประเภทต่าง ๆ
5.4.1 หนังสือทั่วไป
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อหนังสือ.//ครั้งที่พิมพ์.//สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
กรมศิลปากร. 2544. ครรภครรลองร้อยกรองไทย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระ. 2540. ข้าวไทยไปญี่ปุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2.
กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชซิง.
บุญเรียง ขจรศิลป์. 2543. วิธีวิจัยทางการศึกษา Educational Research Methodology.
พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ ปยุตโต). 2545. ภัยแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
วัลลภ สวัสดิวัลลภ, สุเวช ณ หนองคาย, นารีรัตน์ เทียมเมือง, เบญจรัตน์ สีทองสุก, ชัยเลิศ ปริสุทธ-
กุลและอรุณี ทรงพัฒนา. 2544. สารนิเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า. พิมพ์ครั้งที่ 4. นครปฐม: สถาบันราชภัฏนครปฐม.
วิบูลย์ บุญยธรโรกุล และพิชัย ศิริจันทนันทร์. 2540. การวางแผนและออกแบบงานสูบน้ำ. ปทุมธานี: ศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย.
อัจฉรา ธารอุไรกุล, ทัดดาว ศิลคุณ และภคณี อุปถัมป์. 2545. ระบบฐานข้อมูลเบื้องต้น.
กรุงเทพฯ: เนติกุลการพิมพ์.
Griffis, F.H. and Farr, John V. 2000. Construction Planning for Engineering. Boston:
McGraw-Hill.
Griswold, Norman E., Neidig, H.A., Spencer, James N. and Stanitski, Conrad L. 2002.
Laboratory Handbook for General Chemistry. Austrailia: Brook.
Mark, James E. 1996. Physical Properties of Polymers Handbook. New York: American
Institute of Physics.
Stanton, Bobby, Zhu, Lin and Atwood, Charles H. 2006. Experiments in General Chemistry Featuring MeasureNet. Southbank: Thomson Brooks.
5.4.2 บทความในหนังสือ
บทความในหนังสือหมายถึง หนังสือเล่มหนึ่งหรือชุดหนึ่ง แบ่งเนื้อหาออกเป็นตอนหรือบท โดยที่แต่ละบทแจ้งผู้เขียนบทความไว้ชัดเจน กรณีเช่นนี้ถือว่า แต่ละตอนหรือแต่ละบท คือ บทความเรื่องหนึ่งของหนังสือ มีแบบแผนการเขียนบรรณานุกรมแตกต่างจากหนังสือทั่วไปเล็กน้อย มีรายละเอียดของการบันทึกแต่ละรายการ ดังนี้
5.4.2.1 ผู้เขียนบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับผู้แต่งหนังสือ และใส่เครื่องหมายมหัพภาค
5.4.2.2 ชื่อบทความ ให้ใส่ชื่อบทความไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ
5.4.2.3 ชื่อเรื่อง ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อเรื่องของหนังสือ พิมพ์ตัวหนา และใส่เครื่องหมายมหัพภาค
5.4.2.4 เลขหน้า ใส่เลขที่เริ่มต้นถึงเลขหน้าที่สิ้นสุดของบทความนั้น หลังเลขหน้าใส่เครื่องหมายมหัพภาค
5.4.2.5 ชื่อบรรณาธิการ หรือผู้รวบรวม ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้แต่งหนังสือ (ยกเว้น ชื่อผู้แต่งชาวต่างประเทศให้ขึ้นต้นด้วยชื่อตัว ตามด้วยชื่อสกุล)
5.4.2.6 สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ของหนังสือ
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่พิมพ์.//“ชื่อบทความ”/ใน/ชื่อเรื่อง.//เลขหน้า.//ชื่อบรรณาธิการ(ถ้ามี).//สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ดวงใจ กสานติ. 2528. “เพื่อสุขภาพที่ดีในครอบครัว” ใน เรื่องน่ารู้สำหรับประชาชน เล่มที่ 11.
หน้า 130-139. กรุงเทพฯ: ชมรมนักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดล.
ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์. ม.ป.ป. “ระบบตลาดเสรีและปัญหาประชาธิปไตย” ใน เปเรสตรอยก้า : จุด เปลี่ยนของเศรษฐกิจการเมืองโซเวียต. หน้า 77-118. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา และ
บุษบา คุณศิรินทร์, บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์-วิชาการ.
Olaisen, Jahan. 1990. “Information Quality Factors and the Cognitive Authority of Electronic Information” In Information Quality: Definitions and Dimensions. pp.91-121.
I Wormell, editor. London: Taylor Graham.
5.4.3 หนังสือแปล
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อหนังสือ//แปลจาก/ชื่อเรื่องเดิม.//โดย/ชื่อผู้แปล(ถ้ามี).//ครั้งที่พิมพ์.// สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
เดวิด, เฟร็ด อาร์. 2546. การบริหารเชิงกลยุทธ์. แปลจาก Strategic Management Concepts. โดย
สาโรจน์ โอพิทักษ์ชีวิน. กรุงเทพฯ: เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า.
เมอร์วิล, ลีโอนาร์ด. 2534. ธรรมชาติบำบัด-ป้องกันรักษาโรคหัวใจ. แปลจาก Preventing Heart Disease. โดย สมพงศ์ สหพงศ์. กรุงเทพฯ: รวมทรรศน์.
โฮเค, เจมส์ เอช. 2533. แก้ปัญหาชีวิตด้วยจิตวิทยา. แปลจาก I Would if I Could I Can โดย พลวัต (นามแฝง). พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สร้างสรรค์-วิชาการ.
5.4.4 บทความในวารสาร
5.4.4.1 ผู้เขียนบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อผู้แต่งหนังสือ
5.4.4.2 ชื่อบทความ ให้ใส่ ชื่อบทความ ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ “_”
5.4.4.3 ชื่อวารสาร ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกในของวารสาร และใช้อักษรตัวหนา
5.4.4.4 ปีที่หรือเล่มที่ ให้ใส่เฉพาะตัวเลข โดยไม่ต้องมีคำว่าปีที่ หรือเล่มที่
5.4.4.5 ฉบับที่ ให้ใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องมีคำว่าฉบับที่
5.4.4.6 เลขหน้า ให้ใส่เลขหน้า ซึ่งบทความนั้นตีพิมพ์อยู่ว่าเริ่มจากหน้าใดถึงหน้าใด
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่พิมพ์.//“ชื่อบทความ”/ชื่อวารสาร.//ปีที่,/ฉบับที่ (เดือน):/เลขหน้า.
ตัวอย่าง
ปริทรรศน์ พันธบรรยงค์. 2541. “พูดจาประสาช่าง: ลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์” วิศวกรรมสาร. 2,
51 (กุมภาพันธ์): 42-43.
วัฒน์ วรรลยางกูล. 2547. “ชายคลองและท้องทุ่ง: แผ่นดินแห่งสายน้ำ” ชีวจิต. 6, 132 (เมษายน): 82.
Roger, David C. and Goussard, Jean. 1998. “Canal Control Algorithm Currently in Use”
Journal of Irrigation and Drainage Engineering. 124 (January-February): 11-15.
Rhodes, Henlen and Chelin, Jaqueline. 2000. “Web-Based User Education in UK University Libraries- Results of a Survey” Program. 34,1 (January): 59-73.
5.4.5 บทความในหนังสือพิมพ์
การบันทึกรายการสำหรับบทความในหนังสือพิมพ์ ใช้แบบแผนเดียวกับบทความในวารสารแตกต่างกันที่ หนังสือพิมพ์นั้นกำกับเพียง วัน เดือน ปี เท่านั้น
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่พิมพ์.// “ชื่อบทความ”/ชื่อหนังสือพิมพ์.//(วัน/เดือน):/เลขหน้า.
ตัวอย่าง
วิวัฒน์ พันธวุฒิยานนท์. 2541. “บางกอกเกมส์ 41” ไทยโพสท์. (21 ธันวาคม): 11.
วิโรจน์ ธัญญหาญ. 2550. “มือถือปลอดภัยและระวังภัยไวรัส” คมชัดลึก. (15 กรกฎาคม ): 4.
Vasana Chinvarakorn. 2007. “Local History Brought to Life” Bangkok Post. (August 20): 8.
Phatarawadee Phataranawik. 2007. “Being Environmentally Friendly isn’t Just Trend” The Nation. (September 15): 8.
5.4.6 โครงงาน
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อโครงงาน.//โครงงานระดับการศึกษา.//คณะ/มหาวิทยาลัย.
ตัวอย่าง
ฉัตรชัย ธนศรีสุข. 2541. การกำจัดกำมะถันในถ่านโดยการไพโรไลซิสที่อุณหภูมิต่ำ.
โครงงานวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แววตา เตชาทวีวรรณ. 2541. ระบบฐานข้อมูลเพื่อบริการสารสนเทศห้องสมุดเฉพาะ.
โครงงานวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระ-จอมเกล้าลาดกระบัง.
Buppha Devahuti. 1985. Use of Computer in Serials Control in Thai Libraries. Master’s Thesis. Department of Libraries Science Graduate School Chulalongkorn University.
Sklar, E. 2000. CEL: A Framework for Enabling an Internet Leaning Community. Ph.D. Thesis Department of Computer Science Brandeis University.
5.4.7 รายงานการวิจัย
รายงานการวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่เป็นเล่ม มีรูปแบบและส่วนประกอบในการลงรายการดังนี้
ผู้เขียน.//ปีที่พิมพ์.//ชื่อเรื่องการวิจัย.//หน่วยงานที่รับผิดชอบ.
ตัวอย่าง
บุญอนันต์ พินัยทรัพย์ และพลาพรรณ คำพรรณ์. 2549. โครงการศึกษาชุมชนเข้มแข็งกระบวนการสร้างสรรค์ คืนพลังสู่ชุมชน: หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สุภาพ ณ นคร, มารุต ดำชะอม, นิตยา สุวรรณรัตน์, จุฑารัตน์ บวรสิน, จิรวัฒน์ วีรังกร, ปัญญา เหล่า-อนันต์ธนาและธนรัตน์ สอนสา. 2547. การศึกษาวิเคราะห์รูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนาบัณฑิตอุดมคติไทย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Sirirat Muenvanichakul and Peerayuth Charnsethikul. 2542. The Approximated Dynamic Programming Approach to the Dynamic Quadratic Assignment Problem. Department of Industrial Engineering Kasetsart University.
5.4.8 รายงานการประชุมหรือสัมมนาทางวิชาการ
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.//“ชื่อบทความในรายงานการประชุม”/ชื่อรายงานการประชุมหรือสัมมนา.//วัน/เดือน/สถานที่ประชุมหรือสัมมนา.
ตัวอย่าง
ทวีศักดิ์ จินดานุรักษ์. 2547. “แนวคิดและหลักการพื้นฐานการวิจัยในชั้นเรียน” โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเขียนโครงการวิจัยในชั้นเรียน. 18-19 กุมภาพันธ์. หอประชุม อาคารอำนวยการวิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพฯ.
สมชวัล จตุรัฐพล. 2542. “การจัดทำระบบริหารคุณภาพ ISO 9002” เอกสารประกอบการสัมมนา วิชาการ ประจำปี 2542 เรื่องสำนักหอสมุดกลางมุ่งมั่นพัฒนาระบบบริการตามมาตรฐาน ISO
9002. 20 ตุลาคม. สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Rosenbaum, Howard. 1996. “Structure and Action: Towards a New Concept of the Information: Use Environment” Paper Presented in ASIS 1996 Annual Conference Proceeding. October 19-24.
5.4.9 จุลสารและเอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์เผยแพร่
ให้ใช้แบบแผนเดียวกับหนังสือ ยกเว้นชื่อเรื่องให้ใส่ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ
ผู้แต่ง.//ปีที่พิมพ์.// “ชื่อจุลสาร เอกสาร”/ครั้งที่พิมพ์.//สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
กรมทรัพย์สินทางปัญญา. 2541. “สิทธิบัตร” กรุงเทพฯ: กรมทรัพย์สินทางปัญญา.
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ). ม.ป.ป. “ชีวิตที่ก้าวหน้า: หลักในการสร้างความก้าวหน้าแก่ชีวิต” กรุงเทพฯ: ธรรมสภา.
อมร รักษาสัตย์. 2539. “การเมือง-การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยสมัยอยุธยารัตนโกสินทร์” กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
5.4.10 สิทธิบัตร
ผู้จดสิทธิบัตร.//ปีที่จดสิทธิบัตร.// “ชื่อสิ่งประดิษฐ์”/ประเทศที่จดสิทธิบัตร.//หมายเลข
ของสิทธิบัตร.//วัน/เดือน.
ตัวอย่าง
ดวงเดือน ห่อไธสง. 2549. “แมงปอ” ประเทศไทย. หมายเลขสิทธิบัตร ค239934. 7 กันยายน.
พรทิชา เพชรรัตน์. 2550. “ผงไอศกรีมผลไม้กึ่งสำเร็จรูปและกรรมวิธีการผลิต” ประเทศไทย. หมายเลขสิทธิบัตร 0701000722. 18 กรกฎาคม.
Sander, J.E. 1994. “Finishing Process in Polymer Continuing: An Active Catalyst
Reduce” U.S.A. Patent No. EP604958. July, 6.
5.4.11 โสตทัศนวัสดุ
ชื่อผู้จัดทำ.//ปีที่ผลิต.//ชื่อเรื่อง. //(ประเภทของวัสดุ)/สถานที่ผลิต:/ผู้ผลิต.
ตัวอย่าง
การเลี้ยงไก่. 2525. (วีดิทัศน์) กรุงเทพฯ: เจริญโภคภัณฑ์.
อรชุมา ฟองวัฒนากุล. 2548. โยคะลีลา. (วีดิทัศน์) กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
The Middle East. n.d. (Map) New York: Geographic Map.
The DNA Story. 1990. (Videotape) London: VSM Production.
5.4.12 ข้อมูล/สารนิเทศอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต
5.4.12.1 ผู้เขียนบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อผู้แต่งหนังสือ
5.4.12.2 ชื่อบทความ ใช้หลักเกณฑ์เช่นเดียวกับชื่อบทความวารสาร
5.4.12.3 ประเภทของสื่อที่เข้าถึง ใช้ [ออนไลน์] หรือ [online]
5.4.12.4 เข้าถึงได้จาก : ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า Available:
5.4.12.5 แหล่งข้อมูล / สารนิเทศ ให้ระบุวิธีที่ใช้ในการสืบค้นหา เช่น โพรโทคอล (Telnet, FTP,WWW) ตลอดจน Directory และ File ต่างๆ แล้วแต่กรณี
5.4.12.6 ปีที่เผยแพร่ ใช้ตามที่ปรากฏ ถ้าไม่ปรากฏให้ใช้ “ม.ป.ป.” หรือ “n.d.”
5.4.12.7 วัน เดือน ปีที่สืบค้น ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่สืบค้นภาษาไทย ให้ใช้คำว่า วัน เดือน ปี ภาษาต่างประเทศให้ใช้คำว่า Retrieved เดือน วัน, ปี
ผู้เขียนบทความ.//ปีที่เผยแพร่.//“ชื่อบทความ”/[ออนไลน์]/เข้าถึงได้จาก:/แหล่งข้อมูล.//
(วันที่สืบค้น/วัน/เดือน/ ปี)
ตัวอย่าง
กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ สำนักเจรจาการค้าพหุภาคี. 2545. “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: http://www.moc.go.th/thai/dbe/ecoco/e-om3.htm.%20(วันที่สืบค้น%203%20กรกฎาคม%202545)
“ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และกฎหมายลิขสิทธิ์” ม.ป.ป. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: http://Oho.ipst.ac.th/
Copyright/copyright.htm. (วันที่สืบค้น 3 กรกฎาคม 2545)
“Knowledge Management” n.d. [online] Available: http://www.bprc.warwick.ac.uk/Kmweb
Html. (Retrieved July 3, 2002)
“ELVIS” 2000. [online] Available: http://www.senecac.on.ca/. (Retrieved April 20, 2003)
คง. 02
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
การสอบ..................................................... วิชา .....................................
เรื่อง ………………………………………………………………………………………………………..…….
……………………………………………………………………………………………………………………
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
คำร้องขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
สวท. -
วันที่……… เดือน ................................พ.ศ. 25 ……..…...
ชื่อ (นาย,นาง,นางสาว) ............................................................................... รหัสประจําตัว …………………………..…………..
นักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีชั้นปีที่ ......................... r ภาคปกติ r ภาคพิเศษ r ภาคสมทบ
สาขาวิชา ………………………........…… ภาควิชา …………………………........…… คณะ …………………………........…
จัดทําโครงงานเรื่อง
(ภาษาไทย) ………………………………………………………………….....………………………………..…………….…...
(ภาษาอังกฤษ) …………………………………………………………………………………………………..………………...
มีความประสงค์ขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ซึ่งเป็นการ ¦ แต่งตั้งใหม่ ¦ แต่งตั้งเพิ่ม ¦ แต่งตั้งแทนอาจารย์ชุดเก่าที่ขอยกเลิก
ดังรายนามต่อไปนี้
ชื่อ-สกุลอาจารย์ พร้อมตำแหน่งวิชาการ รหัสอาจารย์ ลงนาม วัน/เดือน/ปี
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
อาจารย์ที่ปรึกษาชุดเดิมลงนามรับทราบ
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
ลายมือชื่อนักศึกษา........................................................................................ .........../.............../............
ความเห็นของหัวหน้าภาควิชา / หัวหน้าสาขาวิชา ความเห็นของคณบดี
ได้พิจารณาคุณสมบัติแล้ว
¦ เห็นสมควรอนุมัติ ¦ อนุมัติ
¦ อื่นๆ ...................................................................... ¦ อื่นๆ ..........................................................................
ลงนาม ......................................................................... ลงนาม ..............................................................................
(...............................................................) (....................................................................)
........./.............../............ ........./.............../............ดย …………………………………………………………… รหัสประจําตัว ...............................................
สาขาวิชา ........................................................................... คณะ .....................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน 1. ..................................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) 2. .................................................................................................
คณะกรรมการสอบ
1. ............................................................................................................................. ประธาน
2. ............................................................................................................................. กรรมการ
3. ............................................................................................................................. กรรมการ
4. ............................................................................................................................. กรรมการ
5. ............................................................................................................................. กรรมการ
บทคัดย่อ ………………………………………………………………………………………........................…
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
วัน เวลา ………………………………………………………………………………………………..…………
สถานที่ ………………………………………………………………………………………………..………….
*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังได้ตามวัน เวลา ดังกล่าว*
ภาคผนวก ก
ตัวอย่างปกนอก
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
1.5 นิ้ว
ระยะห่าง 1 นิ้ว
ความกว้าง 1.2 นิ้ว
ความสูง 2 นิ้ว
ชื่อเรื่อง..............................................................................................................
...................................................................................................
.......................................................................
ชื่อผู้เขียน.................................................
โครงงานเสนอต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษา
สาขาวิชา.................................................
1.5 นิ้วปีการศึกษา 25…….
ตัวอย่างปกนอก
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
1.5 นิ้ว
ระยะห่าง 1 นิ้ว
ความกว้าง 1.2 นิ้ว
ความสูง 2 นิ้ว
Title.................................................................................................................
..............................................................................................
....................................................................
Author.................................................
A PROJECT PRESENTED TO
RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY KRUNGTHEP
IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMETNS
FOR THE ……………………………….
1.5 นิ้ว
2 นิ้ว
ตัวอย่างปกใน
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ชื่อเรื่อง..............................................................................................................
...................................................................................................
.......................................................................
ชื่อผู้เขียน.................................................
โครงงานเสนอต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษา
สาขาวิชา……………………………..
ปีการศึกษา 25……..
1.5 นิ้ว
2 นิ้ว
ตัวอย่างปกใน
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
Title.................................................................................................................
..............................................................................................
....................................................................
Author.................................................
A PROJECT PRESENTED TO RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY KRUNGTHEP IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMETNS
FOR THE ……………………………….
1.5 นิ้ว
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าอนุมัติ
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ชื่อเรื่อง ............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
ชื่อผู้เขียน ............................................................................................................................
สาขาวิชาและคณะ ............................................................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา ..............................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) .............................................................................
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพอนุมัติให้โครงงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบัณฑิตศึกษา
…………………………………คณบดีคณะ..............................................
(...........................................)
คณะกรรมการสอบโครงงาน
…………………………………………….……………ประธานกรรมการ
( …………………………………..)
…………………………………………….……………กรรมการ
( …………………………………..)
…………………………………………….……………กรรมการ
( …………………………………..)
…………………………………………….……………กรรมการ
( …………………………………..)
1 นิ้ว
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าอนุมัติ
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
Title...........................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
Student’s Name ............................................................................................................................
............................................................................................................................
Major / Faculty ............................................................................................................................
Adviser Project
Adviser ............................................................................................................
Co-Adviser (is have) .........................................................................................
Rajamangala University of Technology Krungthep approved this Project as a artial fulfillment of the requirement for the master degree ........................................................
……………………………………………Dean of ……………………….......
(……………..……………………….)
Examination Committee
……………………………………………….……………Chairperson
(……………………………………………….)
……………………………………………….……………Comitt
(……………………………………………..)
……………………………………………….……………Comitt
(……………………………………………..)
……………………………………………….……………Comitt
1 นิ้ว (……………………………………………..)
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าบทคัดย่อ
โครงงานภาษาไทย
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง .........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ชื่อผู้เขียน .........................................................................................................................
ชื่อปริญญา .........................................................................................................................
สาขาวิชา .........................................................................................................................
ปีการศึกษา .........................................................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ที่ปรึกษา ..............................................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม (ถ้ามี) .............................................................................
ข้อความ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
1 นิ้ว…………………………………………………………………………………..…………………
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างหน้าบทคัดย่อ
โครงงานภาษาอังกฤษ
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ABSTRACT
Title .........................................................................................................................
.........................................................................................................................
Student’s Name .........................................................................................................................
Degree Sought .........................................................................................................................
Major / Faculty .........................................................................................................................
Academic Year .........................................................................................................................
Adviser Project
Adviser ..........................................................................................................
Co-Adviser (is have) .......................................................................................
Text………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………..…………………
1 นิ้ว…………………………………………………………………………………..…………………
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างสารบัญสารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ
ค
กิตติกรรมประกาศ
ง
สารบัญ
จ
สารบัญตาราง
ช
สารบัญภาพ
ซ
บทที่ 1 บทนำ
1
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
1
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
4
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
45
วิธีการและอุปกรณ์
45
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
46
(ขึ้นหน้าใหม่)
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในโครงงาน
ภาคผนวก ข รายนามผู้เชี่ยวชาญ
ตัวอย่างสารบัญตาราง
และสารบัญภาพ
1.5 นิ้วสารบัญตาราง
ตารางที่
หน้า
1.1
สถิติประชาชนผู้มารับบริการ
8
1.2
จำนวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่าง
18
(ขึ้นหน้าใหม่)
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางผนวกที่
หน้า
1.1
ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบ
(ขึ้นหน้าใหม่)
สารบัญภาพ
ภาพที่
หน้า
1.1
กรอบแนวคิดในการวิจัย
ตัวอย่างภาพและตาราง
ภาพที่ 1.1 การบรรยาย ………..………………………………………..
……………………และการอธิบายประกอบ
ที่มา: พรรณี ดารา, 2539: 10
ตารางที่ 3.1 จำนวนประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
ที่
ชื่อตำบล
ประชากร
กลุ่มตัวอย่าง
1.
อำเภอเมืองราชบุรี
194,842
128
2.
½ Pt
1 ½ Ptอำเภอบ้านโป่ง
166,616
109
3.
อำเภอโพธาราม
134,812
89
4.
อำเภอดำเนินสะดวก
99,950
66
5.
อำเภอวัดเพลง
12,245
8
รวม
608,465
400
ตารางที่ 4.2 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน
(n = 97)
ข้อมูลพื้นฐาน
จำนวน (คน)
ร้อยละ
เพศ
หญิง
43
44.8
ชาย
53
55.2
ตัวอย่างตารางต่อตารางที่ 4.2 ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบการสัมภาษณ์ผู้นำชุมชน (ต่อ)
(n = 97)
ข้อมูลพื้นฐาน
จำนวน (คน)
ร้อยละ
อายุ (ปี)
21 – 30 ปี
7
7.2
31 – 40 ปี
30
30.9
41 – 50 ปี
32
33.0
51 – 60 ปี
23
23.7
อายุมากกว่า 60 ปี
5
5.2
= 44.35 S.D. = 9.404
Min = 29 Max = 68
ตารางที่ 4.12 จำนวนกลุ่มตัวอย่างต่อเจตคติเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
(n = 320)
ความคิดเห็น (คน)
เจตคติเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เห็นด้วย
ไม่แน่ใจ
ไม่เห็นด้วย
ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
S.D.
1.
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศมีส่วนในการฟื้นฟูทรัพยากร
121
154
39
6
0
4.22
0.727
ธรรมชาติเพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดีขึ้น
2.
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นเพียงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้การท่องเที่ยวเท่านั้น
19
57
61
145
38
3.39
1.092
ไม่สามารถช่วยอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้
รวม
4.01
0.376
ตัวอย่างสันปกโครงงาน
ใช้ขนาดตัวอักษร 16 points
ภาคผนวก ข
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
สวท 1-23
คำร้องขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
วันที่……… เดือน ...........................พ.ศ. 25 ………..
ชื่อ (นาย,นาง,นางสาว) ............................................................................................. รหัสประจําตัว ……………………………..
นักศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีชั้นปีที่ ......................... r ภาคปกติ r ภาคพิเศษ r ภาคสมทบ
สาขาวิชา ………………………........…… ภาควิชา …………………………........…… คณะ ………………………….........
จัดทําโครงงานเรื่อง
(ภาษาไทย) ………………………………………………………………….....………………………………..…………….…...
(ภาษาอังกฤษ) …………………………………………………………………………………………………..………………...
มีความประสงค์ขออนุมัติแต์งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
ซึ่งเป็นการ ¦ แต่งตั้งใหม่ ¦ แต่งตั้งเพิ่ม ¦ แต่งตั้งแทนอาจารย์ชุดเก่าที่ขอยกเลิก
ดังรายนามต่อไปนี้
ชื่อ-สกุลอาจารย์ พร้อมตำแหน่งวิชาการ รหัสอาจารย์ ลงนาม วัน/เดือน/ปี
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
อาจารย์ที่ปรึกษาชุดเดิมลงนามรับทราบ
1. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน .............................................................. ................... .................... ..../........../......
2. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
3. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
4. อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) .............................................................. ................... .................... ..../........../......
ลายมือชื่อนักศึกษา.............................................................................. .........../.............../............
ความเห็นของหัวหน้าภาควิชา / หัวหน้าสาขาวิชา ความเห็นของคณบดี
ได้พิจารณาคุณสมบัติแล้ว
¦ เห็นสมควรอนุมัติ ¦ อนุมัติ
¦ อื่นๆ .............................................................................. ¦ อื่นๆ ..........................................................................
ลงนาม ................................................................................. ลงนาม ..............................................................................
(....................................................................) (....................................................................)
........./.............../............ ........./.............../............
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Rajamangala University of Technology Krungthep
สวท 1-24
การสอบโครงงานวิชา .............................................................................................
¦สอบหัวข้อและเค้าโครงของงาน ¦สอบความก้าวหน้า ¦สอบปากเปล่า
เรื่อง ………………………………………………………………………………………………………..…….
……………………………………………………………………………………………………………………
โดย …………………………………………………………… รหัสประจําตัว ...............................................
สาขาวิชา ........................................................................... คณะ .....................................................................
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน 1. .............................................................................................................
ลงนาม ....................................... วัน/เดือน/ ปี ........./................../..........
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานร่วม (ถ้ามี) 2. .............................................................................................................
3. ………………………………………………………………………..
4. ………………………………………………………………………..
คณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
1. ............................................................................................................................. ประธาน
2. ............................................................................................................................. กรรมการ
3. ............................................................................................................................. กรรมการ
4. ............................................................................................................................. กรรมการ
5. ............................................................................................................................. กรรมการ
บทคัดย่อ ………………………………………………………………………………………........................…
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
วัน เวลา ………………………………………………………………………………………………..…………
สถานที่ ………………………………………………………………………………………………..………….
*ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังได้ตามวัน เวลา ดังกล่าว*
ภาคผนวก ค
หน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
1. จัดกลุ่มทำโครงงาน ตามปริมาณงานที่นักศึกษามาขอคำปรึกษา
2. ส่งแบบฟอร์มขออนุมัติแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษา ต่อคณบดี
3. ส่งสำเนาเอกสารข้อ 2. ที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้กับอาจารย์ประสานงานโครงงาน
4. ให้คำปรึกษา และคำแนะนำ เกี่ยวกับการจัดทำโครงงาน อย่างสม่ำเสมอ แนะนำวิธีการค้นคว้าเอกสาร และแนะนำวิธีการเขียนรายงานที่ถูกต้อง
5. ประสานงานกับผู้ประสานงานโครงงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสอบ ได้แก่
5.1 รายชื่อคณะกรรมการสอบ
5.2 วันเวลา และสถานที่ที่ใช้ในการสอบ
6. ตรวจสอบและแก้ไขต้นฉบับที่ใช้ในการสอบทุกครั้งก่อนที่จะให้นักศึกษาสำเนาให้กับคณะกรรมการสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
7. ตรวจความถูกต้องของร่างรายงาน (ทั้งฉบับที่ยังไม่สมบูรณ์และฉบับสมบูรณ์) ทั้งเนื้อหาและรูปแบบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
8. ประเมินผลการทำโครงงานของนักศึกษา ตามหลักเกณฑ์การให้คะแนน ส่งให้กับอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน
9. จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ พร้อมแผ่นซีดีรอมในรูป .pdf file ให้กับสาขาวิชา (จำนวนตามที่สาขาวิชากำหนด) และจัดส่ง 1 ชุดให้กับสำนักวิทยบริการฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
10. ในกรณีที่นักศึกษาไม่สามารถจัดทำโครงงานให้แล้วเสร็จในภาคเรียนที่นักศึกษาลงทะเบียน อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานจะต้องคอยกำกับดูแลให้นักศึกษาดำเนินการในส่วนที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้นักศึกษาจะต้องชำระเงินค่ารักษาสภาพนักศึกษาในภาคการศึกษาถัดไปด้วย
หน้าที่ของอาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงาน
1. แจ้งหัวข้อโครงงาน และจำนวนนักศึกษาที่จะรับ ให้นักศึกษาทราบ
2. รวบรวมรายชื่อสมาชิกกลุ่มทำโครงงาน จัดเรียงลำดับกลุ่ม และแจ้งให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบ
3. จัดเก็บข้อมูลการแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาวิชาโครงงาน และการสอบโครงงาน
4. กำหนดวันและเวลา และสถานที่ และติดประกาศให้ผู้ที่สนใจเข้ารับฟังได้ เกี่ยวกับ
4.1 การสอบหัวข้อและเค้าโครงของโครงงาน
4.2 การสอบความก้าวหน้า (ถ้ามี)
4.3 การสอบโครงงาน
5 ตรวจรับรายงาน / รายงานฉบับสมบูรณ์ พร้อมแผ่นซีดีรอมในรูป .pdf file
6 รวบรวมคะแนนจากอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานทุกคนเพื่อประเมินผลวิชาโครงงาน และส่งระดับคะแนนให้กับสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
7 ในกรณีที่นักศึกษาไม่สามารถจัดทำโครงงานให้แล้วเสร็จในภาคเรียนที่นักศึกษาลงทะเบียน อาจารย์ประจำวิชา / อาจารย์ประสานงาน วิชาโครงงานจะต้องดำเนินการขออนุมัติระดับคะแนน I และบันทึกขออนุมัติเปลี่ยนระดับคะแนน ภายในภาคการศึกษาถัดไป